bookmark_borderHealth (สุขภาพช่องปาก)

เคยได้ยินประโยคที่ว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจไหมไม่ต่างจากสุขภาพทางร่างกายและสุขภาพในช่องปากก็มีความเชื่อมสัมพันธ์กันอย่างไม่น่าเชื่อบางคนไม่เข้าใจว่าชองปากกับสุขภาพร่างกายนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่ความเป็นจริงแล้วมั้งสองมีความเชื่อมสัมพันธ์กันอย่างมากเลยทีเดียว

ในช่องปากของเรานั้นไม่ได้มีเยงเหงือกและฟันแต่ในช่องปากนั้นยังประกอบไปด้วยลิ้นกระพุ้งแก้มพื้นปากเพดาปากซึ่งอวัยวะเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพในร่างกายได้อย่างดี เหตุใดนั้นลิ้นของเราไม่สามารถแลบออกมาได้อย่างตรงๆได้ มีการขยับลิ้นของเราไปทางซ้ายและขวาซึ่งลักษณะแบบนี้นั้นสำหรับหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคของสมองก็จะบอกว่า เริ่มมีสภาวะการผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้ให้การขยับลิ้นหรือการเคลื่อนลิ้นของเรามีความผิดปกติไป

ในมุมมองของหมอฟันนั้นก็มีความสำคัญมากๆเช่นกัน และให้ความสำคัญกับเนื้อเยื่ออ่อนตรงอื่นๆในช่องปากด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในช่องปากของเรามีลักษณะของเนื้อเยื่อในช่องปากอันได้แก่ เหงือก กระพุ้งแก้มและลิ้นขาดความชุ่มชื้นนั่นแสดงถึงสภาวะร่างกายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ซึ่งไม่ปกตินั่นเอง ถ้าหากเรามีความไม่สมดุลของสารอาหารหรือวิตามินบางอย่าง จะทกให้ในช่องปากของเรานั้นมีปัญหาได้ อันได้แก่ แสบที่ลิ้นลิ้นมีการลอกแดงหรือมีอาการซีด ต้องมีการหาสาเหตุว่าคนไข้ขาดสารอาหารหรือคนไข้มีโรคทางกายบางอย่างซ่อนเร้นอยู่

ในผู้ป่วยบางคนที่มีปัญหาหรืออาการลิ้นแตกลิ้นเป็นร่องหรือตุ่มรับรสที่ลิ้นมีการฝ่อรีบไปและเป็นสีแดงๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวเพราะอาจจะสะท้อนได้ว่าลิ้นที่มีปัญหาแบบนี้นั้นคนไข้คนนั้นอาจจะเป็นโรคเลือดหรือสภาวะโลหิตจางหรือการขาดสารอาหารอย่างยิ่งบางตัวได้แก่ เหล็กและโฟเลต และถ้าหากเราสามารุวิเคราะห์โรคในเบื้อต้นได้เราก็จะทราบว่าร่างกายของเรามีสัญญาณเตือนอะไรบ้างแล้ว

ในช่องปากของเรานั้นเป็นเนื้อเยื่อที่ละเอียอดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นเหงือกหรือกระพุ้งแก้ม ถ้าหากเกิดความชุ่มชื้นรวมไปถึงสีที่ปกตินั้นคือจะเป็นสีชมพูออกแดง เพราะในแกของเรานั้นมีเส้นเลือดคอยหล่อเลี้ยงไว้มากมายและเมื่อเรามีแผลในช่องปากเมื่อแผลหายก็จะไม่ปรากฏร่องรองทิ้งไว้ ดังนั้นเส้นเลือกที่วิ่งไปทั่วร่างกายของเราถ้าเกิดปัญหาเมื่อไหร่และโรคทางกายบางโรคไม่ว่าจะเป็นโรคตับ ไต หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ ก็จะสะท้อนให้เห็นได้เพราะว่าสุขภาพในช่องปากของเรานั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง

สำหรับเนื้อเยื่ออ่อน กระพุ้งแก้ม เหงือกและลิ้น ถ้าเกิดสีหรือลักษณะมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นสีที่เปลี่ยนหรือตุ่มรับรสที่เปลี่ยนไป แสดงว่าร่างกายของคุณนั้นมีปัญหาอย่างอื่นแล้วทางที่ดีที่สุดก็ควรเข้าพบกับทันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั่นเอง

 

ด้วยความปราถนาดีจาก  บุหรี่ไฟฟ้า

bookmark_borderส่วนประกอบของหูมีอะไรบ้าง

ส่วนประกอบของหู แบ่งได้เป็น 3 ชั้น ซึ่งแต่ละส่วนมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ 

1.) หูชั้นนอกประกอบด้วย ใบหู และช่องหู ซึ่งใบหูจะทำหน้าที่ป้องกันนสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคเข้าสู่รูหู และทำหน้าที่นำเสียงเข้าสู่รูหูอีกด้วย ส่วนของช่องหูด้านนอกจะมีขนและต่อมสร้างขี้หู ทำหน้าที่สร้างขี้หูซึ่งมีประโยชน์ออกมา ซึ่งหูชั้นนอกจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องขยายเสียงและส่งผ่านเสียงไปยังหูชั้นกลาง 

2.) หูชั้นกลางประด้วย กระดูกชิ้นเล็กๆ 3 ชิ้น คือ กระดูกรูปค้อน(Malleus) กระดูกรูปทั่ง(Incus) และกระดูกรูปโกลน (Stapes)จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงจากหูชั้นนอกที่มากระทบเยื่อแก้วหูให้เกิดการสั่นสะเทือนแล้วส่งต่อการสั่นสะเทือนเข้าสู่หูชั้นใน และนอกจากนี้หูชั้นกลางยังมีกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ป้องกันเสียงที่ดังมากๆไม่ให้เข้าไปทำลายหูชั้นใน 

3.) หูชั้นในประกอบไปด้วยส่วนรับฟังเสียงเรียกว่าคอเคลีย (Cochlea) มีลักษณะเป็นท่อขดเป็นรูปก้นหอยซึ่งจะมีของเหลวบรรจุอยู่ภายใน มีเซลล์ขนที่มีความไวต่อการตอบสนองของการสั่นสะเทือนโดยจะเชื่อมต่อกับเส้นประสาทรับเสียง แล้วส่งผ่านสัญญาณเสียงที่มาจากเซลล์ขนไปยังศูนย์กลางการได้ยินในสมอง และนอกจากนี้ภายในหูชั้นในจะมีโครงสร้างที่หน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมระบบการทรงตัวอของร่างกาย 

ส่วนมากจะเจออาการบาดเจ็บจากหูชั้นนอกมากที่สุด เนื่องจากเป็นบริเวณที่คนไข้สามารถแคะถึงโดยใช้ไม้แคะหูหรือไม้ปั่นหู คนไข้ส่วนมากเข้าใจผิดคิดว่าขี้หูเป็นสิ่งสกปรกจึงพยายามแคะหรือว่าเขี่ยออกมาแต่อันที่จริงแล้วนั้นขี้หูมีประโยชน์ ซึ่งจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ทำให้สภาพสมดุลในช่องหูมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคน้อยลง 

ดังนั้นถ้าเกิดว่าเรามีอาการเจ็บป่วย มีการติดเชื้อของหูชั้นใดชั้นหนึ่งเราก็จะเรียกว่าโรคของหู นอกจากนี้แล้วอาการปวดหูอาจจะเป็นการปวดร้าวมาจากที่อื่น ๆ เพราะมีอวัยวะอื่นใกล้เคียงกันที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทเส้นเดียวกับที่เลี้ยงหู ก็คือเส้นประสาท

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

bookmark_borderเวท กับ คาร์ดิโอ ควรทำอะไรก่อน

สำหรับใครๆที่กำลังเริ่มที่จะดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายอาจจะสิ่งที่สงสัยกันอยู่แน่นอน และคำถามที่เรามักจะเจอบ่อยๆเลยก็มี เวท กับ คาร์ดิโอ ควรทำอะไรก่อน? ถ้าเล่นเวทอย่างเดียวจะเป็นอย่างไร? ถ้าเล่นคาร์ดิโออย่างเดียวจะเป็นอย่าง?

เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้ลองมาแล้วนะคะ

ก่อนอื่นแล้วเราจะมาพูดถึงการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอนั้นจะเป็นการออกกำลังกายที่หลายๆคนเลือกทำเพราะจะสามารถช่วยเผาผลาญไขมันออกจากร่างกาย ซึ่งจะต้องเป็นกีฬาประเภทที่ต้องอาศัยปอดเป็นอย่างมาก คาร์ดิโอนั้นมีหลากหลายชนิด วิ่ง ว่ายน้ำ เต้น โดยรวมแล้วกีฬาเกือบทุกประเภทถือว่าเป็นการเล่นคาร์ดิโอทั้งสิ้น ซึ่งการทำคาร์ดิโอให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้เป็นพลังงานนั้นจะต้องมีอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในโซนที่2 หรือ เล่นประมาณ 30-45 นาทีขึ้นไป

หากเราทำคาร์ดิโออย่างเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือ ไขมันที่อยู่ในร่างกายเราจะหายไปจริง แต่หุ่นจะไม่เฟิร์ม เพราะการคาร์ดิโอนั้นได้ทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อไปด้วย มาในส่วนของการเล่นเวท การเล่นเวทคือการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งการเล่นจะมี 2 รูปแบบ คือ เวทแบบที่ต้องใช้อุปกรณ์ รูปแบบนี้จำเป็นต้องเข้าไปใช้บริการฟิตเนสหรือยิม และอีกรูปแบบคือ บอดี้เวท เป็นการใช้น้ำหนักในร่างกายของตัวเองในการเล่น

โดยรูปแบบนี้สามารถทำง่ายๆได้ที่บ้าน การเล่นเวทอย่างเดียวนั้นก็สามารถลดไขมันลงได้ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปว่าเวทคือการสร้างกล้ามเนื้อ แต่เราจะต้องเล่นเวทให้หนักพอที่จะสร้างเนื้อมาทดแทนไขมันได้เช่นกัน สำหรับคนที่เล่นเวทนั้นจะแตกต่างจากคนเล่นคาร์ดิโอตรงที่ ผู้ที่เล่นคาร์ดิโอจะสามารถออกกำลังกายได้นานกว่าเพราะ คาร์ดิโอนั้นฝึกความแข็งแรงของปลอด คนที่เล่นคาร์ดิโอจะสามารถกำหนดการหายใจของตัวเองได้ แต่ในผู้ที่เล่นจะไม่สามารถทนความเหนื่อยได้นาน

แต่จะมีพละกำลังที่มากกว่าผู้เล่นคาร์ดิโอมาก เพราะผู้ที่เล่นนั้นจะถูกฝึกฝนในเรื่องของการยกน้ำหนัก สุดท้ายแล้วนั้นถ้าจะให้เป็นผลดีควรที่จะเล่นทั้ง 2 อย่าง เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญเขมันและสร้างกล้ามเนื้อมาแทนที่ แต่แล้วเราควรทำอะไรก่อนระหว่างเวท และ คาร์ดิโอ ต้องบอกเลยว่าควรที่จะเล่นเวทก่อนเพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรง เพราะถ้าหากคุณเล่นคาร์ดิโอก่อน จะทำให้รู้สึกเหนื่อย จนไม่อยากทำอะไรต่อแล้วหลังจากนั้น หรือถ้าคุณไม่อยากทำติดต่อกัน ก็ให้แบ่งเวลาทำเช้าและเย็น ซึ่งตรงนี้คุณก็สามารถกำหนดเองได้เลยว่าช่วงไหนจะทำอะไร เชื่อเถอะว่าคุณจะมีหุ่นที่สวยและสุขภาพดีขึ้น

 

สนับสนุนโดย  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

bookmark_borderSuzuki rg150 ตำนานของ 150 thailand

กราบสวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามาเอาใจคนบ้ากันหน่อยดีกว่าครับ คนบ้านขี่ซูนั่นเองจะมาเอาใจสายคนบ้านิสนิงนะครับ วันนี้เราจะมาพูดถึง SUZUKI ที่มีรหัสว่า SUZUKI RG150 ค่อนข้างที่จะมีข้อมูลเยอะพอสมควรเลยนะครับฟังกันไม่เบื่อเลยทีเดียวสำหรับข้อมูลของเจ้านี่เจ้านี่เป็นรถที่มีข้อมูลที่ค่อนข้างน่าสนใจ วันนี้เลยจัดมารีวิวกันซะเลยนะครับ

อย่างที่ทราบกันดีนะครับว่าค่าย SUZUKI เป็นผู้บุกเบิกรถมอเตอร์ไซต์ทรงสปอร์ทเจ้าแรกในไทยที่มีขนาด 150cc

โดยรุ่นแรกที่นำเข้ามาในไทยก็คือรุ่น RG-VS เปิดตัวประมาณปีพ.ศ.2528 และหลังจากนั้นมาไม่นานค่ายอื่นๆก็ได้ผลิตรถขนาด 150cc มาแข่งกับ RG-V เช่น VR, NSR, KR ทำให้ RG-V หมองหม่นไปเลยนะครับโดนบดบังไปหมดเลย สิ่งที่ทำให้ RG-v แทบจะเลือนหายไปเลยนั่นก็คือเทคโนโลยีของ 3 ค่ายนั้นครับนั่นก็คือเทคโนโลยีการระบายความร้อนนะครับ

RG-V ระบายความร้อนด้วยลมซึ่งเวลาขี่ทางไกลแล้วจะมีปัญหานะครับ แต่ค่ายอื่นไม่มีปัญหาอะไรเลยเพราะเป็นการระบายความร้อนด้วยน้ำเป็นเทโนโลยีที่เหนือล้ำขึ้นไปอีกนะครับ และหลังจากนั้นวันเวลาก็ได้ร่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2535 ณ ห้องบางกอกคอนแวนเซ็นทัลพลาซ่า SUZUKI ได้เปิดตัวรถมอเตอร์ไซต์ทรงสปอร์ทรหัสใหม่ว่า RG-150I ตัวไอตัวนี้หมายถึงตัวแรกนะครับ

หรือว่าตัวที่หนึ่งนั่นแหละ ทางค่าย SUZUKI หลังจากที่ปล่อยตัว RG-V มาแล้วเนี่ยก็นับว่าใช้เวลาถึง 7 ปีในการพัฒนา SUZUKI RG ตัวนี้นะครับ RG-150 หรือมีอีกชื่อที่คุ้นหูกันเรียกว่า RG แกรมม่าหรือที่เรียกว่า แกรมม่า150 ภาษาบ้านๆเราเลย และเจ้าแกรมม่าตัวนี้ก็มีต้นแบบมาจากพี่ใหญ่ของค่าย

โดยมี SUZUKI RG500 เป็นต้นแบบถ่ายทอดดีเอนเอสู่ตัวเล็กเลยพูดได้เลยว่าเจ้าแกรมม่าตัวนี้หลุดมาจากสนามโดยแท้เลยทีเดียว และการกำเนิดของแกรมม่าตัวนี้นะครับเป็นที่มาของคำว่าคนบ้าขี่ซูโดยแท้ครับ นิยามคำนี้มาในขณะที่ RG500 กำลังโด่งดังอย่างที่สุดโดยมีนักบิดชื่อว่า เควินช๊อด

เนื่องจากการขับขี่ของเค้าแล้วก็สไตร์เทียบได้กับคนบ้าที่ไม่กลัวตายถึงไหนถึงกันเลยทำให้เจ้าอาจีแกรมม่าตัวนี้ได้ฉายาติดปากกันมาว่าคนบ้าขี่ซูแล้วทำให้คนที่ขี่ซูซูกิรุ่นอื่นกลายเป็นบ้าไปเลยกลายเป็นว่าค่าซูซูกิเป็นค่าคนบ้านไปเลยนะครับ ผมว่ามันก็จริงๆนะที่ว่าเป็นค่ายคนบ้า คือซูซูกิชอบให้อะไรมาที่ไม่เหมือนชาวบ้านนะคือมันเป็นรถญี่ปุ่นเหมือนกันก็จริงแต่มันไม่เหมือนใครไม่คิดที่จะตามใคร อย่าง RG-v เป็นรถ150มันก็ควรจะคิดได้เปล่าวะว่าเครื่องยนต์ 150 ที่มีความใหญ่ขนาดนี้กำลังขนาดนี้มันควรจะมีหม้อน้ำซึ่งค่ายอื่นเนี่ยไม่คิดที่จะทำในสิ่งที่ไม่มีอ่ะ

 

ขอบคุณ  บิ๊กไบค์มือสอง  ที่ให้ข้อมูลเหล่านี้มานำเสนอ

bookmark_borderใส่ใจด้านสุขภาพ

มาล้างสารพิษออกจากร่างกายด้วยสุดยอดผักกันเถอะ

           หากเราพูดถึงเรื่องของสารพิษแล้ว ในทุกๆวันที่เรามีการรับประทานอาหารหรือแม้แต่การใช้ชีวิตในประจำวันของเราต่างก็มีผลที่ทำให้มีสารพิษเข้าสู่ร่างกายของเราได้ทุกวัน เช่นการที่เราสูดควันพิษจากท่อไอเสีย จากคนที่สูบบุหรี่ใกล้ๆกับเรา จากมลพิษทางอากาศ หรือแม้แต่อาหารที่เราต้องกินเข้าไปในแต่ละมื้อก็อาจจะมีการปนเปื้อนของสารพิษได้เช่นกัน

ซึ่งสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายของเรานี้ทำให้ร่างกายของเราไม่แข็งแรงเจ็บป่วยได้ง่ายดังนั้นการที่เรารับประทานผักหรือแม้แต่ผลไม้ที่มีคุณสมบัติที่สามารถช่วยเราในการขับสารพิษออกจากร่างกายจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นได้มาก เรามาดูกันว่าผักชนิดไหนบ้างที่สามารถช่วยดูแลร่างกายของเราจากสารพิษได้ดีบ้าง

  1. ผักคะน้า  เป็นผักใบสีเขียวที่มีรสชาติอร่อยและยังมีประโยชน์ที่ช่วยในเรื่องของการต่อต้านสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง รวมไปถึงยังสามารถขับสารพิษออกจากร่างกายได้อีกเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย อันที่จริงแล้วผักคะน้ามีสารอาหารที่คล้ายกับกะหล่ำปลี ซึ่งจะมีเส้นใยที่สามารถเข้าไปทำความสะอาดของช่องทางเดินของอาหารได้ด้วย และที่สำคัญในผักคะน้ายังสามารถล้างสารพิษที่อยู่ในตับและยังมีสารที่สามารถปรับค่าพิษของควันบุรีให้ลดมามีความเป็นกลาง ทำให้เราได้รับสารพิษจากควันบุหรี่น้อยลงอีกด้วย
  2. พืชตระกูลถั่ว หากคุณมีปัญหาคอเลสเตอรอลสูง ถั่วสามารถช่วยคุณได้ เพียงแค่นำถั่วที่ทำให้สุกแล้วทานผสมกับอาหารมันจะเข้าไปช่วยให้คอเลสเตอรอลของคุณน้อยลง และยังช่วยเรื่องของการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดีทีสำคัญถั่วยังสามารถทำความสะอาดลำไส้และรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือดไม่ให้มีค่าสูงมากเกินไป และสำหรับบางคนที่อยากลดความอ้วนถั่วก็สามารถใช้ทานเพื่อแก้หิวในช่วงที่ลดความอ้วนได้ด้วย
  3. สาหร่ายทะเล  หลายคนคงนึกไม่ถึงว่าสาหร่ายทะเลมีประโยชน์อย่างมากในเรื่องของการดักจับสารกัมมันตรังสีและโลหะหนักที่ปนเปื้อนอยู่ในร่างกายของคนเราได้และยังช่วยในเรื่องของการขจัดสารพิษเหล่านี้ออกไปได้เยอะอีกด้วย ที่สำคัญในสาหร่ายทะเลจะมีแร่ธาตุมากมายหลายชนิดที่มีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย
  4. ผักวอเตอร์เครส  หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อกับผักชนิดนี้มากนัก แต่หากได้นำมารับประทานแล้วจะรู้ว่าคุณประโยชน์ของผักชนิดนี้มีมากมายนักทั้งยังสามารถเพิ่มเอนไซม์ที่จะมาช่วยในเรื่องการล้างสารพิษและการฆ่าเซลล์มะเร็งออกมาทางปัสสาวะได้มากอีกด้วย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ชุดตรวจ hiv

bookmark_borderเครื่องช่วยฟัง

คุณรู้หรือไม่เครื่องช่วยฟังขนาดเล็กมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

         หลายคนคงรู้มาบ้างแล้วว่าเครื่องช่วยฟังจะมาทำหน้าที่ช่วยให้เราได้ยินเสียงได้ชัดและดังขึ้น ซึ่งเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ หลายราคา  ซึ่งคนที่พบว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินเสียงและมีความจำเป็นจะต้องเลือกใช้ เครื่องช่วยฟัง สักอัน มักจะพบกับปัญหาที่ว่า เราควรจะเลือกเครื่องช่วยฟังแบบไหนดี ราคาประมาณที่ใช้แล้วไม่มีผลกระทบกับหูของเราในอนาคต ใช้เครื่องช่วยฟังแล้วจะได้ยินชัดขึ้นจริงไหม

หากซื้อ เครื่องช่วยฟัง ไปแล้วมีปัญหาจะทำอย่างไร อีกหลายคำถามที่คนที่จะต้องใช้เครื่องช่วยฟังครั้งแรกอยากรู้ อันที่จริงแล้วเครื่องช่วยฟังจะมี 3 แบบที่แบบหลักๆที่คนนิยมใช้กันอยู่ในขณะนี้ คือ แบบทัดที่หลังหู   กับแบบที่ใส่ในช่องหูและอย่างสุดท้ายแบบที่เป็นลำโพงในช่องหู ซึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่วัยทำงานมักจะชอบเลือกเครื่องช่วยฟังประเภทแบบใส่ให้ช่องหู

เพราะมีขนาดเล็กที่สุดจะต้องมีการสั่งทำซึ่งต้องออกแบบมาเพื่อให้พอดีกับช่องหูของผู้ป่วยแต่ละคนและที่สำคัญเวลาที่เราหูฟังแบบใส่ในช่องหูแล้ว คนภายนอกมักจะมองไม่ออกว่าเรากำลังใช้เครื่องช่วยฟังอยู่เพราะเครื่องช่วยฟังจะมีขนาดเล็กมากและเราสามารถปล่อยผมลงมาให้ปิดบังตรงหูได้ทำให้คนข้างนอกมองไม่เห็นว่าเรากำลังใช้เครื่องช่วยฟังอยู่

ซึ่งหากใครที่กำลังมองหาเครื่องช่วยฟังชนิดอยู่หรือยังติดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้ดีหรือไม่ ลองมาดูข้อเสียของเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในหูดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเลือกอีกครั้งก็ได้ค่ะ

          สำหรับข้อดี คือ มีขนาดที่เล็กมาก ทำให้ซ่อนตัวจากสายตาคนรอบข้างได้ซึ่งจะทำให้ไม่มีใครรู้ว่าคุณกำลังใช้เครื่องช่วยฟังอยู่ ซึ่งเครื่องช่วยฟังแบบใส่รูหูจะไม่มีเสียงลมจากข้างนอกรบกวนเพราะมีใบหูกั้นเอาไว้  เป็นเครื่องช่วยฟังแบบไร้สาย ไม่ต้องมีสายมาคอยเกะกะสร้างความรำคาญและที่สำคัญเครื่องช่วยฟังประเภทนี้สามารถคุยโทรศัพท์ด้วยการเอามือถือแนบกับหูได้เลย ทำให้การใช้ชีวิตดูเหมือนคนปกติทั่วไป

          สำหรับข้อเสียของเครื่องช่วยฟังประเภทนี้คือ  จะเปลืองแบตเตอรี่มาก เพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็กทำให้ต้องหมั่นเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ และอย่างที่บอกว่าเครื่องมีขนาดเล็กดังนั้นลูกเล่นต่างๆจึงมีไม่มากเพราะไม่สามารถออกแบบปุ่มการทำงานที่ซับซ้อนมากๆได้ และที่สำคัญเครื่องช่วยฟังประเภทใส่ในหูนี้จะไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องการได้ยินเสียงมาก จะใช้ได้ดีกับคนที่มีปัญหาเรื่องการได้ยินเพียงเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น เพราะเครื่องมีขนาดเล็กตัวลำโพงต่างๆจงเล็กตามไปด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นทั้งขอดีและข้อเสียที่นำมาให้พิจารณาประกอบการตัดสินใจก่อนจะซื้อกันนะคะ

bookmark_border“สลัด” ตัวร้าย ทานไม่ถูกก็อ้วนได้


มองเห็นผู้ใดซื้อสลัดมาทานปุบปับ พวกเราก็ทราบเลยว่าคนๆ นั้น คงกำลังดูแลรักษาสุขภาพร่างกายอยู่ อยากกระชับสัดส่วนรูปร่าง หรือลดหุ่นอยู่แน่ๆ แต่ว่าระหว่างที่มองเห็นคนๆ นั้นทานสลัดอยู่ ก็ทำให้เราฉุกคิดได้เลยว่า “ทานอย่างนี้ รับประทานอาหารเป็นจานๆ เลยก็ได้พี่” เพราะว่าแม้กระทั่งที่คนเรียกกันว่าสลัด ก็ไม่ใช่ว่าทุกสลัดบนโลกใบนี้จะทานแล้วซูบผอม งาม หุ่นดีกันทุกคน สลัดแบบไหนที่ผู้ที่กำลังไดเอทยู่ควรจะเลี่ยง มาดูกันจ้ะ

“สลัด” ทานผิดแนวทางก็อ้วนได้!

  • น้ำสลัดครีม
    น้ำสลัดมีให้เลือกทานเยอะแยะอย่างมากมายนับล้านสูตร แต่ว่าน้ำสลัดยอดนิยมเยอะที่สุดก็หนีไม่พ้น “สลัดครีม” ซึ่งองค์ประกอบของมันมีทั้งมายองเนส ครีมสลัด น้ำมัน น้ำตาล และก็บางสูตรมีชีสด้วย แน่ๆ ว่าให้พลังงานสูงขึ้นมากยิ่งกว่าน้ำสลัดอื่นๆ ยิ่งคนไหนกันแน่ที่ถูกใจราดน้ำสลัดเปียกๆ ยิ่งแล้วใหญ่ ทางที่ดีแปลงมาเป็นสลัดน้ำใส น้ำยำ หรือเพียงบีบมะนาว โรยเกลือ แล้วก็พริกไทยบางส่วน ก็อร่อยร่างกายแข็งแรงแบบเน้นย้ำๆได้เช่นเดียวกัน
  • เครื่องเคียงอย่ามากมาย
    ห้องอาหารที่ขายสลัดบางทีอาจเสิร์ฟขนมปังปิ้งมาให้ด้วย ซึ่งบนขนมปังอาจมีทั้งเนย และก็ชีสอยู่เยอะๆ นอกเหนือจากนั้นอาจมีเครื่องเคียงอื่นๆที่ข้างในร้านค้าขาย ดังเช่น ผักโขมอบชีส ไส้กรอกทอด มันฝรั่งทอด แล้วก็ฯลฯ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ให้ทานเลย แต่ว่าได้โปรดกรุณาข่มใจไว้ทานสลัดจะดียิ่งกว่า เพราะเหตุว่าเครื่องเคียงพวกนี้นอกเหนือจากที่จะเป็นของกินเพิ่มพลังงานนอกจากไปจากสลัดที่พวกเราตั้งอกตั้งใจจะทานแล้ว ยังเพิ่มราคาค่ามื้อของกินนั้นให้สูงมากขึ้นไปอีกด้วย
  • โปรตีนแบบพอดิบพอดีๆ
    ใครอีกหลายๆคนไม่ได้ทานสลัดที่เป็นผักสิ่งเดียว เสริมโปรตีนที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ และก็เพื่อความอิ่มท้องเข้าไปด้วย ซึ่งเกิดเรื่องที่ดีที่พวกเราไม่ขัด แต่ว่าต้องเป็นโปรตีนที่มีไขมันน้อย แล้วก็ผ่านการปรุงด้วยแนวทางนึ่ง ต้ม หรือปิ้งจะดีมากยิ่งกว่า ถ้าหากเป็นเนื้อย่างมันๆ ปลาที่มีไขมัน หรือเบคอน หมูแฮม ของกินพวกนี้เป็นโปรตีนที่มากับไขมันสูงทั้งหมด ด้วยเหตุผลดังกล่าวเลือกเป็น ไก่ต้ม ปลา(ไขมันน้อย) นึ่ง กุ้งต้ม หรือเห็ดปิ้งจะดียิ่งกว่า

เท่านี้สลัดของคุณก็จะดีต่อร่างกายแบบที่คุณตั้งอกตั้งใจแล้วล่ะจ้ะ ทราบเทคนิคแบบงี้แล้ว ทีหน้าจัดสลัดทานกันให้เต็มกำลัง ไม่ต้องกลัวอ้วนกันเลยนะ

bookmark_borderเครื่องช่วยฟังมีกี่แบบกันนะ

เครื่องช่วยฟังมีหลากหลายชนิดแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาในด้านของการได้ยินเสียงในด้านต่างๆ ซึ่งหากมีการนำไปใช้เราจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านั้นให้ถูกวิธี และควรเป็นการแนะนำให้ใช้จากแพทย์พาะทางเท่านั้น เพื่อความหมาะสมกับปัญหาที่เราได้ประสบกับมันได้อย่างถูกต้อง

หลักการทำงานของเครื่องช่วยฟังสามารถแบ่งออกตามลักษณะได้ดังนี้

–        Air conduction hearing aid คือเครื่องช่วยฟังชนิดหนึ่งเป็นเครื่องช่วยฟังเสียงทางอากาศ ที่เราสามารถนำมาใส่กับหูเพื่อเป็นการช่วยให้เราได้ยินเสียงผ่านตรงกับหูโดยตรง   

–        Bone conduction hearing aid คือเครื่องช่วยฟังชนิดหนึ่งเป็นเครื่องช่วยฟังที่มีการฟังเสียงโดยใช้การผ่านทางกระดูกหลังหูของเรา โดยที่เราสามารถนำเครื่องนี้ไปไว้ที่หูของเราจากนั้นเสียงจะทำการผ่านไปยังกระดูกหลังหูของเรานั่นเอง ซึ่งเครื่องช่วยฟังรุ่นนี้สามารถใช้ตรงกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้หูได้นั่นเอง อาทิเช่น ผู้ป่วยที่เป็นรูหูตีบ หรือกรณีที่มีน้ำไหลออกจากทางหูของเขาอยู่ตลอด เนื่องจากในกรณีที่บางเคทแพทย์จะต้องทำการผ่าตัดเพื่อนำเอาอุปกรณ์ชิ้นนี้เข้าไปไว้กับกระโหลกศรีษะเพราะไม่สามารถที่จะเอาไว้ในหูได้นั่นเอง

–        Vibro-tactile hearing aid สำหรับเครื่องช่วยฟังชนิดนี้ เป็นเครื่องช่วยฟังแบบการรับรู้ด้วยระบบสั่น ซึ่งปัญหาผู้ที่ใช้เครื่องช่วยฟังชิ้นพวกเขามีปัญหาที่รุนแรงจากการได้ยินเป็นอย่างมาก เนื่องจากบุคคลที่แพทย์ให้ใช้เครื่องช่วยฟังในรุ่นนี้นั้น พวกเขามักมีอาการที่ไม่สามารถได้ยินเลย หรืออาจมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทางสายตาร่วมด้วย เนื่องจากการใช้งานของเครื่องนี้เป็นระบบสั่นสะเทือนซึ่งหากมีเหตุการณ์ต่างๆระบบก็จะทำการแจ้งเตือนด้วยการสั่นนั่นเอง แต่สำหรับเคทนี้ทางแพทย์มีการแก้ไขให้ดีขึ้นด้วยการใช้วิธีการผ่าตัดโดยมีการนำหูชั้นในเทียมมาทำงานแทน

–        Cochlear Implant เป็นการใช้หูชั้นในเทียมนั่นเอง เครื่องช่วยฟังตัวนี้จะต้องเป็นการผ่าตัดเพื่อนำเครื่องเข้าไปใช้งานเท่านั้น ซึ่งหากผู้ใดที่ต้องทำการรักษาด้วยวิธีนี้นั้นก็เพราะว่าพวกเขาไม่สามารถใช้เครื่องช่วยฟังในรุ่นอื่นๆได้นั่นเอง 

ซึ่งอุปกรณ์ในรุ่นนี้จะมีการปรับให้เป็นระบบสัญญาณที่เป็นไฟฟ้าแต่ก็ไม่ได้ทำอันตรายต่อผู้ใช้อย่างแน่นอน และวิธีการนี้ก็สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยส่วนมากมักจะนำไปใช้กับเด็กที่เกิดมามีการบกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งหากมีการดูแลที่ดี พวกเขาจะสามารถใช้งานให้เข้ากับอุปกรณ์ตัวนี้ได้เป็นอย่างดี

–        Tinnitus masker อุปกรณ์ตัวนี้เป็นเครื่องช่วยฟังที่สามารถกลบเสียงที่รบกวนให้แก่ผู้ที่มีปัญหาในด้านการได้ยินเป็นอย่างดี การทำงานของรุ่นนี้จะเป็นการปล่อยเสียงในรูปแบบที่เป็นระบบคลื่นความถี่เพื่อป้องกันการรบกวนจากเสียงอื่นๆที่มีมารบกวนผู้ป่วยในเรื่องของการมีเสียงรบกวน

bookmark_borderนอนน้ำลายไหลผิดปกติรึเปล่า

นอนน้ำลายไหลผิดปกติรึเปล่า

ไม่คุณจะอายุเท่าไหร่ หรือเพศไหน แน่นอนว่าทุกคนย่อมเคยมีประสบการณ์การนอนน้ำลายไหล ซึ่งพบว่ามีทั้งผู้ที่นอนน้ำลายไหลเป็นเรื่องปกติ และผู้ที่อาจจะมีอาการนอนน้ำลายไหลบ้างหากวันนั้นเหนื่อย โดยทั่วไปแล้วในขณที่เราตื่นอยู่นั้น ระบบการทำงานของน้ำลายจะผลติน้ำลายออกมาอยู่แล้ว 1-2 ลิตรต่อวัน และปริมาณน้ำลายที่ถูกผลิตออกมาขณะตื่นนั้นจะมากกว่าตอนที่นอนหลับเสมอ ซึ่งตอนหลับร่างกายของเราจะผลิตน้ำลายลดลงจนแทบเป็นศูนย์เลยทีเดียว

ในขณะที่เราตื่นอยู่เราก็สามารถที่จะควบคุมร่างกาย และควบคุมปริมาณน้ำลายในปากของเราได้ด้วยการกลืน แต่เมื่อเราหลับ ร่างกายเข้าสู่สภาวะพักผ่อน กล้ามเนื้อทั้งตัวและบนใบหน้าจากที่เคยทำงานเป็นระบบมีความตึงกล้ามเนื้อ เมื่อเข้าสู่สภาวะหลับกล้ามเนื้อต่างๆ ก็จะผ่อนคลายลง ปากของเราจะเผลออ้ากว้างออก น้ำลายที่สะสมอยู่ในปากจึงไหลออกมานอกปาก เพราะเราไม่ได้กลืนลงท้องเหมือนตอนตื่นนั่นเอง
นอนหลับน้ำลายไหล เป็นอาการที่ผิดปกติหรือไม่?

อันที่จริงแล้ว การนอนหลับ แล้วน้ำลายไหล ไม่ใช่อาการที่ผิดปกติแต่อย่างใด มักเกิดขึ้นเมื่อเราหลับลึก หลับสนิท ไม่ขยับตัว สังเกตได้จากวันที่เราเหนื่อยมากเป็นพิเศษ หรือผู้ที่ชอบนอนตะแคงข้าง ก็จะมีแนวโน้มในการนอนน้ำลายไหลมากกว่าคนอื่นๆ

แต่นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ผู้ป่วยโรคหวัดที่มีอาการคัดจมูก แล้วนอนอ้าปาก หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจมีปัญหานอนหลับน้ำลายไหลได้เช่นเดียวกัน
วิธีลดอาการนอนหลับน้ำลายไหล
เนื่องจากการนอนน้ำลายไหลนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องเผชิญกันอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีการรักษาที่ตายตัว หรือต้องรักษาเลย แต่มีเทคนิคที่พอจะช่วยได้ก็คือ การจัดวางท่านอน คือ ฝึกให้ตัวเองนอนในท่าหงายขึ้น หลีกเลี่ยงการนอนตะแครง และจัดหมอนให้สูงขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้เวลานอน ศีรษะจะสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกดบริเวณปากลง

bookmark_borderกินเจอย่างไรให้มีความสุข

เทศการกินเจ หลายๆ คน คงทราบกันดีว่าเทศกาลกินเจถือเป็นเทศกาลหนึ่งที่นิยมมากในไทย การทานเจถือเป็นการทานอาหารเพื่อสุขภาพและจัดเป็นทานอาหารประเภทชีวจิต หากกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะช่วยให้ร่างกายของเรามีความสมดุลมากยิ่งขึ้น

เรามีเทศกาลกินเจหรือกินเจกันไปเพื่ออะไร
การกินโดยทั่วไปจะทานกันต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 9 วัน สำหรับบางคนที่มีความจำเป็นต่างๆ หรือไม่สะดวกอาจจะปฏิบัติเพียง 3 หรือ 5 วัน ตามความสะดวก เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของการกินเจหากแบ่งเป็นข้อใหญ่สามารถแบ่งได้เป็น 3 ข้อ คือ
1. กินเพื่อสุขภาพ
อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต ยิ่งทานไปนานๆ ร่างกายของเราจะเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล จากนั้นจะขับพิษของเสียต่างๆ ในร่างกายออกมากจากร่างกายเราได้ ช่วยในการทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายมีเสถียรภาพขึ้น โดยเฉพาะระบบไหลเวียนโลหิต และระบบทางเดินอาหาร
2. กินด้วยจิตเมตตา
การทานอาหารในคนทั่วไปที่ไม่ใช่การทานเจ เป็นการทานอาหารที่ประกอบไปด้วยเลือดเนื้อของสัตว์ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา ดังนั้นหากเราทานเจบ้าง ดังนั้นมนุษย์ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อจิตใจ และที่สำคัญมีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคน ช่วงเทศกาลกินเจนี้จึงเป็นช่วงที่ดีที่เราจะมีจิตเมตตาต่อสัตว์เหล่านั้น
3. กินเพื่อเว้นกรรม
หากในทางธรรมแล้วเราจะทราบว่าการกิน ซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเรา เป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย กรรมนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลง เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อได้ทราบถึงเรื่องกฎแห่งกรรมนี้แล้ว จึงควรหยุดกินหยุดฆ่า หันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

ข้อห้ามของการกินเจ
ถ้าใครที่กำลังจะเริ่มกินเจเป็นครั้งแรก ควรจะต้องศึกษาเอาไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ โดยข้อห้ามมีดังนี้
1. ห้ามกินผักฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรง ได้แก่ กระเทียม หัวหอม
2. ห้ามสูบบุหรี่,ยาเส้น,ของเสพติดมึนเมา และกินเหล้า เพราะเทศกาลกินเจนั้น เป็นช่วงที่เราต้องถือศีลไปด้วย
3. ห้ามกินเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ อย่างเด็ดขาด
4. ห้ามกินอาหารรสจัด
5. ห้ามกินอาหารที่คนปรุงไม่ได้ถือศีลกินเจ
6. ถ้วยชามจะต้องไม่ปนกัน
7. ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
8. แต่งกายด้วยชุดขาว
9. ห้ามพูดคำหยาบ โกหก ส่อเสียด หรือพูดจาเพ้อเจ้อ
10. ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา ตลอดช่วงเวลา 9 วัน
11. ห้ามดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง ในสถานที่อย่างศาลเจ้า โรงเจ โรงทาน หรือสถานที่อื่นที่จัดงานถือศีลกินเจ

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการถือศีลกินเจ ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
1. งดอาหารรสจัด ซึ่งหมายถึงอาหารเผ็ด หวานมาก เปรี้ยวมาก เค็มมาก
2. รักษาศีลห้า
3. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์
4. ทำบุญทำทาน
5. นุ่งขาวห่มขาว