bookmark_borderเล่นมือถือนานระหว่างนั่งส้วม เสี่ยงอะไรบ้าง

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้คนจึงมีพฤติกรรมติดมือถือมากขึ้น กระทั่งเวลาเข้าห้องน้ำหรือนั่งส้วม ก็ต้องพกมือถือเข้าไป และใช้เวลานานมากกับการเข้าห้องน้ำในแต่ละครั้ง เพราะมัวแต่เล่นมือถืออยู่นั่นเอง พฤติกรรมนี้เป็นกันทุกเพศ แต่จะพบในผู้หญิงมากกว่า ซึ่งรู้หรือไม่ว่าการนั่งส้วมนานๆ เนื่องจากเล่นมือถือนั้น เสี่ยงทำให้เกิดโรคได้

เพราะว่าภายในห้องน้ำมีเชื้อโรคอยู่แล้ว ยิ่งในห้องน้ำสาธารณะที่มีผู้คนเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ดังนั้นจึงควรทำธุระส่วนตัวของตนเองให้เรียบร้อย โดยเฉพาะในกรณีที่ถ่ายหนัก ก็ควรจะตั้งใจขับถ่ายให้เสร็จ ส่วนโรคที่เสี่ยงจะเกิดขึ้น หากคุณเป็นคนที่มีพฤติกรรม ชอบนั่งแช่เล่นมือถือในห้องน้ำ มีอะไรบ้างไปดูกัน

ท้องผูก
โดยปกติหากมีอาการท้องผูก ก็มักจะใช้เวลาในการเบ่งอุจจาระนานอยู่แล้ว ดังนั้นจึงแนะนำว่าถ้าหมดอาการปวดแล้ว ก็ควรออกจากห้องน้ำ เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถท่าทางเสียก่อน ไม่ควรจะนั่งแช่ ไว้รู้สึกปวดใหม่ก็ค่อยมาเข้าห้องน้ำอีกรอบ ส่วนคนที่ไม่ได้มีอาการท้องผูก แล้วเอามือถือเข้าไปเล่นในห้องน้ำด้วย ทำให้ไปจดจ่ออยู่กับมือถือมากเกิน จนไม่ได้สนใจการเบ่งหรือขับถ่าย และอาการปวดก็หายไป กว่าจะปวดอีกบางทีอาจจะข้ามคืนเลยก็ได้ ฉะนั้นการเล่นมือถือตอนนั่งส้วม สามารถทำให้เสียสมาธิในการเบ่งถ่าย และนำไปสู่อาการท้องผูกได้

ท้องร่วง
โรคท้องร่วงที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกี่ยวกับการนั่งนาน แต่เมื่อเราเอามือถือเข้าไปในห้องน้ำด้วย และมือก็ไปสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ แล้วก็มาจับมือถือ หลังจากเสร็จธุระแน่นอนว่าเราต้องล้างมือ แต่อย่าลืมว่าเราไม่ได้ล้างมือถือด้วย ทำให้ตัวมือถือกลายเป็นพาหะนำเชื้อโรคได้ ดังนั้นเมื่อเราจับมือถือแล้วไปหยิบจับของกินเข้าปาก ก็อาจมีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย จนทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้นั่นเอง

เหน็บชา หน้ามืด
ไม่ว่าส้วมที่นั่งจะเป็นแบบนั่งยอง หรือชักโครก หากนั่งนานๆ เมื่อไหร่และไม่ได้ขยับเปลี่ยนอิริยาบถเลย แน่นอนว่าจะต้องเกิดอาการเหน็บชาตามมา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ส่วนอาการหน้ามืด ก็เป็นผลมาจากการก้มเล่นมือถือ และนั่งส้วมเป็นเวลานาน พอจะลุกขึ้นหรือปรับเปลี่ยนท่า จึงทำให้มีอาการรู้สึกมึนงง โซเซ และวิงเวียน

ริดสีดวงทวารหนัก
ในการนั่งหย่อนก้นนานๆ จะทำให้มีเลือดไปคั่งอยู่ที่บริเวณหูรูดทวารหนัก บวกกับเบ่งอุจจาระก็จะทำให้มีเลือดไปคั่งมากขึ้น ดังนั้นหากกระทำซ้ำๆ ด้วยการนั่งแช่ เบ่งอุจจาระนาน และมีปัจจัยร่วมจากผู้ที่มีอาการท้องผูกด้วย ก็อาจทำให้เกิดริดสีดวงได้เช่นกัน

การเข้าห้องน้ำนั่งส้วม ไม่ควรนั่งนานเกิน 10-15 นาทีในกรณีถ่ายหนัก ส่วนกรณีปัสสาวะก็ควรทำธุระให้เสร็จเรียบร้อย และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังใช้ห้องน้ำ ไม่ควรพกมือถือเข้าไปเล่นห้องน้ำ เพราะจะทำให้เสียสมาธิในการเบ่งถ่าย และเป็นการเสียมารยาทด้วยหากคุณใช้บริการห้องน้ำสาธารณะ ที่มีคนต่อคิวใช้อีกเป็นจำนวนมาก

bookmark_borderการตรวจหาไขมันในเลือดสูง มีผลดีอย่างไร

ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม การตรวจหาย่อมดีกว่าเสมอ เพื่อจะได้รู้และรักษาได้ทันทั่วที ไขมันในเลือดสูง

โรคตับแข็งนั้นไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้ทำได้เพียงแค่รักษาแบบประคับประคองเพื่อที่จะไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงหรือแย่ลง และเพื่อลดโอกาศการเกิดสภาวะแทรดซ้อนการตรวจโรคตับแข็งนั้นมีหลายวิธีเราสามารถตรวจได้ ดังต่อไปนี้

การตรวจเลือด  คือการตรวจสารเคมีในเลือดของเราเพื่อที่จะวัดประสิทธิภาพในการทำงานและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตับของเราโดยมรการทดสอบดูได้หลายส่วน เช่น ตรวจดูการแข็งตัวของเลือดว่ามีอาการแข็งตัวผิดปกติหรือไม่ ตรวจการทำงานของตับว่าปกติหรือไม่จากการดูค่าสารบิลิรูบิน ที่เกิดจจากการแตกตังของเซลล์เม็ดเลือดแดงหรือเอนไซน์บางชนิด การทดสอบหาโรคไวรัสตับอักเสบบี เอ และซี โดยการที่วัดเอนไซม์ 2 ตัว นั่นก็คือ  SGOT (AST) และ SGPT(ALT) ซึ่งค่าที่ตรวจนั้นถ้าหากขึ้นว่าเกิดมาตฐานจะแสดงหรือบ่งบอกว่าเกิดอาการอักเสบของตับ เนื่องมาจากโรคไวรัสตับอักเสบหรือตับอักเสบเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ รวมไปถึงตรวจการทำงานของไตจากการดูค่าครีเอตินิน ซึ่งช่วยวัดค่าการทำงานของไตว่าอยู่ในระดับไหน หากมีระดับที่ลดลงอาจหมายถึงเริ่มมีอาการของโรคตับแข็งระยะสุดท้าย

การตัดชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจสอบ เป็นการนำตัวอย่างเนื้อเยื่อตับบางชิ้นส่วนของเราไปตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันผลการวิจัยของแพทย์ผู้เชียวชาญและเพื่อช่วยรักษาโรคตับแข็งได้ทันท่วงที

การตรวจสแกนตับ เป็นการเอ็กซเรย์ตับ เพื่อดูภาพภ่ายเอกซเรย์ ดูสภาพของเนื้อเยื้อว่าเกิดรอยแผลหรือเกิดพังผืดขึ้นหรือไม่ ด้วยการตรวจ อันตราซาวด์ (Ultrasound) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีที สแกน (CT Scan) การตรวจตับและม้ามด้วยรังสี (Radioisotope Liver/Spleen Scan) หรือไฟโบร สแกน (Fibro Scan)

การผ่าตัดด้วยกล้อง ในส่วนการผ่าตัดด้วยกล้องนี้ บางกรณีอาจที่จะต้องใช้การผ่าตัดด้วยการส่องกล้องบริเวณช่องท้องเพื่อให้เห็นตับทั้งหมดได้ชัดเจนมากขึ้น

bookmark_borderลดน้ำหนักแบบไม่ต้องออกกำลังกาย

แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดในการลดน้ำหนัก แต่ก็ยังมีสาวๆ หลายคนที่ไม่ค่อยอยากออกกำลังกาย และเลือกลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นๆ วันนี้เราจึงขอเสนออีกหนึ่งตัวเลือกที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดังใจที่ต้องการโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสให้ต้องเสียแรงและเสียเหงื่อสักหยดมาฝากกัน มาดูกันดีกว่ามีวิธีอะไรบ้าง

1.รับประทานแป้ง และน้ำตาลให้น้อยลง
หลักสำคัญในการลดน้ำหนักโดยไม่ออกกำลังกายก็คือ การควบคุมอาหาร และเลือกสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่คุณควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือ การหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล รับประทานได้แต่ควรจำกัดปริมาณต่อวัน เพื่อไม่ให้เกิดไขมันส่วนเกินภายในร่างกาย

2.ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม
คนที่ติดน้ำหวาน น้ำอัดลม แต่อยากมีหุ่นที่ผอมสวยโดยไม่ต้องออกกำลังกาย ควรเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าแทน เพื่อให้ร่างกายได้ปริมาณของน้ำในแต่ละวันอย่างเพียงพอ โดยน้ำเปล่านั้นแม้จะไม่มีสารอาหารใดๆ แต่ก็จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ และช่วยลดความอยากอาหารในแต่ละมื้อได้ดีด้วย

3.พักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งจำเป็นในช่วงลดน้ำหนัก โดยคุณควรเข้านอนเป็นเวลา ไม่นอนดึกมากเกินไป เพราะยิ่งคุณนอนดึกมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะยิ่งเรียกร้องพลังงานเพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหันมากินจุกจิกมากขึ้นในช่วงก่อนนอน อีกทั้งการนอนหลับยังเป็นช่วงเวลาที่ระบบการเผาผลาญทำงานได้เต็มที่อีกด้วย

4.ท่องไว้ ไม่เครียด
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ความเครียดนั้นทำให้คุณมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นได้ เนื่องมาจากฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่หลั่งออกมาในร่างกายช่วงที่เราเกิดความเครียด เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไขมันหน้าท้อง อีกทั้งความเครียดก็จะทำให้คุณไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีเท่าที่ควร ทำให้กินไม่เลือก เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด

5.นับแคลอรี่ ดีที่สุด
วิธีที่ได้ผลในการลดน้ำหนักโดยไม่ออกกำลังกายก็คือ การนับแคลอรี่มื้ออาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวัน ซึ่งไม่ควรเกินปริมาณที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ หากทำได้ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าน้ำหนักตัวของคุณจะลดลงอย่างเร็วเลยทีเดียว

สายชิลล์ที่ไม่เน้นออกกำลังกายลดน้ำหนักไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคุณก็สามารถมีน้ำหนักตัวที่สมส่วน รูปร่างสเลนเดอร์สวยงามตามที่ต้องการได้ เพียงนำเอาเทคนิคทั้ง 5 ข้อไปปรับใช้กันในชีวิตประจำวัน หากมีวินัยและมีความอดทน เชื่อได้ว่าสาวๆ จะได้เป็นเจ้าของหุ่นสวยสมใจอยากกันทุกคนแน่นอน