bookmark_border3 วิธีการเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย 

วิธีการเพิ่มพลังงาน มีใครเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไม การใช้ชีวิตในประจำของเรานั้นจึงดูไม่ค่อยจะสดชื่น หรือดูมีชีวิตชีวาเอาสะเลย บางคนถึงกับไม่มีแรงแม้กระทั่งจะทำงาน เหมือนกับมีแต่กายแต่ไร้วิญญาณเอาสะอย่างนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าร่างกายดูไม่มีชีวิตชีวาจะส่งผลกระทบไปยังการใช้ชีวิตของเราอย่างแน่นอน

เพราะอาจทำให้เรามีแรงในการทำกิจกรรมต่างๆ นั่นเอง แต่รู้หรือไม่ว่า การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนั้น สามารถทำได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพราะในปัจจุบันนี้ การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้น ไม่ว่าใครก็อยากมีกันทั้งนั้น ฉะนั้น

สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาดังกล่าว วันนี้เราก็ได้มีเคล็ดลับง่ายๆที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย เพื่อที่จะช่วยเสริมสร้างการมีสุขภาพร่างกายที่ดี เพื่อเป็นตัวกระตุ้นการใช้ชีวิตในประจำวัน หากทำตามวิธีดังกล่าวขอบอกเลยว่า คุณจะมีแรงในการทำงานตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลย 

การดื่มน้ำให้เพียงพอ หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำเยอะๆ นั้นจะยิ่งดีต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้ แถมยังช่วยเพิ่มพลังงานที่ดีให้แก่ร่างกายได้อีกด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังหมดแรงในการทำงาน ลองหยิบน้ำขึ้นมาจิบสักหน่อย ขอบอกเลยว่านอกจากจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นแล้วนั้น ยังช่วยเพิ่มพลังงานที่ดีให้แก่ร่างกายของเราได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะทำให้เราเดินเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างแน่นอน 

การไม่เครียด อย่างที่เราทราบกันเป็นอย่างดีว่าความเครียดนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้การใช้ชีวิตของเราแย่ลง เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกเครียด นอกจากเราจะมีอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ยังส่งผลกระทบไปยังสุขภาพร่างกายของเราด้วย ดังนั้น ทางที่ดีการควบคุมความเครียด อาจเป็นตัวช่วยหนึ่งที่อาจทำให้การใช้ชีวิตของเรานั้นดีขึ้นก็ได้ 

หลีกเลี่ยงการใช้คาเฟอีน ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะเป็นตัวช่วยในเรื่องของการกระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานอยู่เสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าคาเฟอีนนั้นเป็นตัวกระตุ้นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น และเมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ฤทธิ์ของคาเฟอีนก็จะหมด หรือเรียกง่ายๆว่าพลังงานของคุณจะค่อย ๆ หมดไป จนส่งผลให้ร่างกายไม่มีพลังงานที่จะสู้งานต่อ ดังนั้น ถ้าหากเป็นไปได้ หากรู้สึกว่าร่างกายไม่มีพลังงาน เราก็ไม่ควรที่จะให้คาเฟอีนเป็นตัวช่วย เพราะจะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ยิ่งดื่มมากก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างหนัก 

 

สนับสนุนโดย.    sharismata

bookmark_borderแบคทีเรียกินเนื้อ

         เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินแบคทีเรียกินเนื้อ  ซึ่งเรามักจะได้ยินข่าวอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับการเป็นโรคนี้โดยส่วนใหญ่แล้วแบคทีเรียชนิดนี้นั้นจะเกิดจากการที่มีแผลติดเชื้อและวิธีการรักษานั้นก็คือต้องคว้านเอา เนื้อส่วนที่ติดเชื้อแบคทีเรียนั้นออกเนื่องจากว่าเนื้อส่วนที่ติดเชื้อแบคทีเรียนั้นจะเป็นเนื้อเน่าและเนื้อตายแล้วถ้าหากไม่รีบทำการขว้างทิ้งก็จะลุกลามไปเรื่อยๆจนถึงขนาดที่สามารถตัดแขนและขาได้เลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ 2564   ได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้มีการโพสต์ออกมาแชร์ประสบการณ์ของตนเองว่าตนเองนั้นติดเชื้อแบคทีเรียชนิดแบคทีเรียกินเนื้อโดยมีการระบุว่าตนเองติดเชื้อมาจากการที่ถูกแมวข่วนซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์รายดังกล่าวที่มีการโพสต์นั้นชื่อว่าคุณเมย์   โดยเธอระบบว่าเธอถูกแมวที่เธอเลี้ยงนั้นข่วนจนเป็นแผล

          โดยเธอระบุว่าหลังจากที่เธอถูกข่วนเธอก็รีบล้างแผลทันทีโดยการเอาน้ำสบู่ล้างหลังจากนั้นก็เอาแอลกอฮอล์เช็ดซ้ำอีกครั้งหนึ่งและทาด้วยเบตาดีนอย่างไรก็ตามเมื่อผ่านไปเป็นระยะเวลาหลายวันแล้วอาการแผลของเธอนั้นกลับไม่ดีขึ้นแต่กลับพบว่าตรงบริเวณแผลนั้นเริ่มบวมมากยิ่งขึ้นเธอจึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลให้หมอช่วยทำการตรวจให้ซึ่งคุณหมอก็ระบุว่าแผลของเธอนั้นติดเชื้ออย่างรุนแรงจึงทำให้เกิดอาการบวมคุณหมอจึงได้มีการสั่งยาปฏิชีวนะมาให้เธอกินหลังจากนั้นเธอก็กลับมาพักผ่อนที่บ้าน

     อย่างไรก็ตามเธอระบุว่าเธอกลับมาถึงบ้านนั้นเธอก็ปวดแผลรุนแรงเป็นอย่างมากจนเธอทนไม่ไหวต้องย้อนกลับไปที่โรงพยาบาลเดิมซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้คุณหมอช่วยทำการดูอาการเพิ่มเติมให้ซึ่งคุณหมอเองก็ให้เธอนอนดูอาการที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากนั้นคุณหมอก็พยายามที่จะเอายาปฏิชีวนะฉีดเข้าเส้นให้กับเธอแต่อาการเธอกลับไม่ดีขึ้นมีรอยสีม่วงขึ้นรอบแผลที่เธอโดนแมวข่วนดังนั้นคุณหมอจึงได้มีการตัดชิ้นเนื้อตรงบริเวณที่เป็นแผลไปทำการตรวจดู

          ซึ่งพบว่าตรงบริเวณดังกล่าวนั้นมีน้ำหนองด้วยและเมื่อหมอนำชิ้นเนื้อไปทำการตรวจก็พบว่าเนื้อตรงบริเวณดังกล่าวนั้นติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อซึ่งทำให้เนื้อตรงบริเวณนั้นตายโดยสีเนื้อจะเป็นสีดำสนิทคุณหมอต้องทำการคว้านแผลให้กับเธอและเข้าผ่าตัดอย่างเร่งด่วนซึ่งเธอต้องใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดถึง 2 ครั้งด้วยกันกว่าจะเอาชิ้นเนื้อร้ายนั้นออกได้หมด

            ดังนั้นเธอจึงต้องการให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับใครที่เลี้ยงสัตว์โดยสัตว์ของเธอนั้นเลี้ยงในระบบปิดไม่เคยให้ออกไปเล่นนอกบ้านเพียงแต่ว่าเธอไม่เคยพาแมวของเธอไปฉีดวัคซีนเลยซึ่งเธอถูกแค่น้ำลายของแมวก็ทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อแล้วดังนั้นหากใครที่ถูกสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวหรือสัตว์ชนิดอื่นๆกับอย่าได้นิ่งนอนใจถ้าเกิดอาการอักเสบหรือบวมให้รีบติดต่อโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจจะเกิดปัญหาเหมือนกับเธอก็เป็นไปได้ 

 

สนับสนุนโดย    หวยฮานอยพารวย

bookmark_borderPM 2.5 อันตรายต่อกระดูกในร่างกาย จริงหรือไม่?

ในตอนไม่กี่ปีให้หลัง มีการศึกษาค้นพบที่ชี้ว่า มลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศก่อให้เกิดผลเสียต่อปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเรื่อง ของสุขภาพหัวใจ, ปอด, ดวงตา, การตั้งครรภ์ หรือแม้กระทั้งสุขภาพที่เกิดขึ้นกับจิต ปัจจุบันยังพบว่าสามารถทำให้กระดูกเสื่อมจนกระทั่งเปราะหักง่ายก่อนวัยได้อีกด้วย

ทีมงานวิจัยของประเทศสเปน พิมพ์ผลการศึกษาวิจัยลงในนิตยสารการแพทย์ โดยกล่าวว่า ผู้ที่จัดเป็นวัยผู้ใหญ่และอาศัยอยู่ในที่ที่มีฝุ่น PM2.5 ในระดับที่ค่อนข้างสูง มีโอกาสที่ปริมาณแร่ต่าง ๆ ในกระดูกจะลดน้อยถอยลงเร็วขึ้น

มีการพินิจพิจารณาความเกี่ยวพันระหว่างจำนวนของ PM2.5 จากสถานที่ 23 ที่รอบ ๆ เมือง ๆ หนึ่ง กับความหนาแน่นของมวลกระดูกของ 3,700 คน ที่อยู่ที่อาศัยในเมืองนั้น 

ผลจากการศึกษาพบว่า อากาศที่นี่มีค่าเฉลี่ยของระดับ PM2.5 ตลอดปี สูงขึ้นมากยิ่งกว่าระดับที่ไม่มีอันตรายที่หน่วยงานอนามัยกำหนดไว้ถึง 3 เท่า

กลุ่มผู้ศึกษาค้นคว้าและวิจัยพบว่า เมื่อฝุ่น PM2.5 มากขึ้นทุก 3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ความหนาแน่นของแร่ในกระดูกของพลเมืองทั้งยังหญิงและก็ชายจะลดน้อยลง 0.011 กรัมต่อตารางซม. ทั้งพบว่า ฝุ่นผงเขม่าดำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ PM2.5 มีผลทำให้มวลกระดูกต่ำลงด้วย

แม้ว่าจะยังไม่เคยทราบถึงมูลเหตุที่มลพิษทางอากาศทำให้กระดูกนั้นเสื่อมสภาพลง แม้กระนั้นก็มีการคาดการณ์ว่าการอักเสบในร่างกาย รวมทั้งสภาวะไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระกับสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดขึ้นจาก PM2.5 บางทีอาจเป็นตัวที่สนับสนุน ทำให้กระดูกเสื่อมลงเรื่อย ๆ ก็เป็นได้

ก่อนหน้าที่ผ่านมาเคยมีงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่เผยแพร่เมื่อปี 2017 ชี้ว่ามลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศจาก PM2.5 ในเมืองบอสตันของสหรัฐอเมริกา บางทีอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้มีผู้เจ็บป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนถึงกว่า 86,000 รายต่อปี

ทีมนักวิจัยยังคาดการณ์ไว้ว่า วัยรุ่นวัย 20-30 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มวลกระดูกสะสมตัวกระทั่งมีความหนาแน่นรวมทั้งกระดูกทนทานสูงสุดในชีวิต บางทีอาจได้รับผลมาจากคุณภาพอากาศที่ไม่ดี กระทั่งสะสมมวลกระดูกได้ลดน้อยลง รวมทั้งมีการเสี่ยงจะเป็นโรคกระดูกพรุนสูงยิ่งกว่าเดิมเมื่อแก่มากยิ่งขึ้น

แม้ว่าพวกเราบางทีอาจไม่ค่อยได้ยินนักว่ามลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศ หรือ PM 2.5 จะมีความอันตรายต่อกระดูกภายในร่างกาย แม้กระนั้นจากผลจากการวิจัยก็ทำให้พวกเราได้มองเห็นถึงปัญหาสุขภาพ รวมทั้งความน่าขนลุกของมัน ในเมื่อพวกเราเข้าใจดีแล้วก็จำเป็นที่จะหลบหลีกและก็ปกป้องตนเองให้ห่างไกล อีกทั้งควรติดตามคุณภาพอากาศประจำวันอยู่เสมอ เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้คุณเตรียมพร้อมหากต้องออกไปนอกบ้านได้

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

bookmark_borderแนะนำโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ

สำหรับใครที่ยังหาเหล่งโปรตีนดีๆกินไม่ได้เราจะมาแนะนำให้สุดยอดโปรตีนเพื่อสุขภาพในสมัย20-30ปีที่แล้วเขาเชื่อว่าอาหารที่ชื่อว่าโลแฟตไขมันต่ำแต่ฮายคาร์โบไฮเดรตเป็นสูตรที่ดีที่สุดแต่ด้วนวิทยาศาสตร์สมัยนี้เขาก็ค้นพบแล้วว่าสูตรอาหารที่ฮายโปรตีนมักจะให้ผลรับที่ดีกว่าทั้งในเรื่องของการลดน้ำหนักและในเรื่องของสุขภาพด้วย

เมื่อต้องกินโปรตีนเพิ่มแล้วไม่รู้ว่าจะต้องกินโปรตีนประเภทไหนดีโปรตีนจริงๆแล้วมันมีอยู่หลายแหล่งซึ่งบางคนก็จะกินโปรตีนจากแหล่งเดิมๆเพราะว่ามันสะดวกหากินง่ายแล้วก็กินแต่เดิมๆไปมันอาจจะทำให้เราได้โปรตีนพอก็จริงแต่สารอาหารอื่นๆมันอาจจะขาดไป

เพราะในอาหารที่เรากินมันไม่ได้มีแค่โปรตีนอย่างเดียวมันยังมีไฟเบอร์มันยังมีไขมันดีมันยังมีวิตามินเกลือแร่มาอยู่ในอาหารด้วยเพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่าสุดยอดโปรตีนที่เราจะมาแนะนำมันจะมีอะไรบ้าง

โดยกลุ่มแรกก็คือ ปลาที่มีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อเยอะๆส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นปลาทะเล แซลมอน ทูน่า ซาดีน ถ้าอย่างเมืองไทยก็จะเป็นปลากระพงแบบนี้ก็ได้เหมือนกัน ข้อดีของปลาพวกนี้นอกจากจะได้โปรตีนในปริมาณที่สูงแล้วยังมีกรดไขมันโอเมก้า3ที่เป็นไขมันดีอยู่ด้วย

ในปลาทะเลจะมีDHAอยู่มันก็ดีต่อสุขภาพสมองสุขภาพดวงตารวมไปถึงหลอดเลือดหัวใจของเราด้วยมีการศึกษาพบว่าคนที่กินปลาทะเลเป็นประจำอย่างน้อย2วันต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจได้ด้วย

ยกตัวอย่าง อย่างเนื้อปลาแซมมอน100กรมจะได้โปรตีนอยู่ประมาณ20กรัมแล้วจะมีไขมันแทรกอยู่ค่อนข้างเยอะแต่ในทูน่าเนื้อก็จะเยอะกว่าไขมันแทรกอยู่ในเนื้อก็จะน้อยกว่า100กรัมก็จะได้โปรตีนประมาณ30กรัม

กลุ่มที่สองก็คือ ไข่ เราแนะนำไข่ที่มันได้ออกมาจากแม่ไก่ที่ไม่ได้เลี้ยงอยู่ในอุตสาหกรรมไม่ได้เลี้ยงอยู่ในกรงคือปล่อยเลี้ยงไปตามธรรมชาติถ้าเกิดเราเข้าไปในห้างใหญ่จะมีไข่ไก่ให้เราได้เลือกหลากหลายยี่ห้อมากแล้วแทบจะทุกยี่ห้อจะมีป้ายโฆษณาติดเข้าไว้เลย100% CERTIFIED ORGANIC ก็คือปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ

โดยไม่มีฮอร์โมนและยาฆ่าเชื้อด้วยซึ่งยาฆ่าเชื้อถ้าหากว่านำเอามาเลี้ยงไก่มันก็จะปนมากับไก่และปนมาในไข่ไก่พอเรากินไปนานๆมันก็จะทำให้โปรไบโอติกใมนลำไส้ของเราเสียสมดุลทุกๆวันนี้เขาจึงได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลโปรไบโอติกมากๆ

 

สนับสนุนโดย  กลุ่มไลน์หวยฮานอย

bookmark_borderห้ามใจอ่อนเป็นเด็ดขาด หนึ่งในสิ่งสำคัญในการฝึกเลิกบุหรี่

ข้อนี้ก็คล้ายๆความเข้มแข็งแหละ แต่ต่างกันตรงที่มองกลับมุมกันเฉยๆ เพราะคนเรานั้นผ่ายแพ้อยู่เสมอกับคำว่าไม่เป็นไรน่า ช่างมันเถอะ แค่นี้ก็ดีแล้ว เรียกได้ว่ามันเป็นเรื่องของการปลูกฝังในประเทศไทยเรานี้ด้วย เพราะประเทศเรานั้นเป็นประเทศที่ใจดีกันแต่ไหนแต่ไร เป็นสยามเมืองยิ้ม เชื่อใจไว้ใจกันได้

แล้วนั้นก็เป็นเรื่องที่เป็นดาบสองคมเช่นกัน เพราะว่าเราไม่ได้เพียงใจดีกับคนรอบกาย หรือใจอ่อนกับคนรอบกาย แต่กับตัวเราเองนี่แหละ ที่เรียกได้ว่าเรายอมใจอ่อนให้ตัวเราเองที่สุดแล้ว เราคือศัตรูตัวฉกาจกับตัวเองอย่างที่สุด ดังนั้นแล้วต้องระวังตัวเองให้ดีที่สุด การมองกลับมุมครั้งนี้คือมองเช้าไปที่ใจโดยตรงแล้วก็มองออกมา ทุกวันนี้มีคนที่พยายามเลิกบุหรี่หลายต่อหลายคนมาก แล้วเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่าครึ่งแน่นอน ที่ต้องพ่ายให้กับความใจอ่อนของตัวเอง

ไม่ว่าเราจะเห็นอะไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะเห็นคนสูบบุหรี่ หรือซองบุหรี่ หรือที่เขี่ยบุหรี่ หรือสถานที่โปรดที่เรานั้นชอบไปยื่นดูบุหรี่ เราต้องอยากดูดบุหรี่มากๆแน่นอน แล้วนั้นก็เป็นบทพิสูจน์ใจของเรา ที่ต้องห้ามใจอ่อนกับตัวเองเด็ดขาด บอกกับตัวเองไว้เสมอว่า เรากำลังเลิกบุหรี่ แล้วสิ่งเหล่านี้คือสิ่งยั่วยุด่านสุดท้านเท่านั้น เราต้องทำให้ได้

เคยได้ยินไหมว่า คนเรานั้นทำอะไรก็สำเร็จได้ ถ้าเรานั้นไม่มีความใจอ่อนให้กับตัวเอง ต้องทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดี นั้นก็จะทำให้สิ่งนั้นสำเร็จรุร่วงไปได้ นี่ก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน รับรองได้ว่า คนที่คุ้นเคยกับการไม่ยอมใจอ่อนกับตัวเอง มักจะเป็นผู้ที่ทำอะไรก็สำเร็จอยู่เสมอ แล้วก็เป็นผู้ที่เลิกบุหรี่ได้ แต่กับคนที่ยังใจอ่อนกับตัวเองในทุกเรื่อง ก็มีแต่จะทำอะไรไม่สำเร็จแล้วก็ไม่มีทางเลิกบุหรี่สำเร็จอย่างแน่นอน 

ใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองเป็นพวกที่ใจอ่อนให้กับตัวเองอยู๋เสมอๆ นั้นก็ต้องขอบอกเลยว่า นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะทำเป็นการฝึกความใจอ่อนของตัวเอง และเอาชนะมันให้จนได้ เพราะแบบนั้นเอง อย่าได้น้อยใจไปว่า เราไม่สามารถทำได้ แต่เราทำได้แน่ๆ เพียงแค่กล้าลุกออกมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องอาศัยทั้งความเข้มแข็งและความกล้าต่างๆมากมาย เพราะฉนั้น นี่แหละคือเวลาที่จะทำให้เรานั้นพิสูจน์กับตัวเองว่าเราเป็นได้มากว่าคนใจอ่อนที่ไม่มีทางทำอะไรสำเร็จได้ แต่เรานั้นเป็นเสือที่ไม่อ่อนข้อให้กับตัวเอง

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์บาทละ 900

bookmark_borderบุหรี่กับปอด

  บุหรี่ เป็นสิ่งเสพติดอย่างหนึ่ง ที่มีอนุภาคทำลายล้างปอดสูง เพราะบุหรี่ สรรพคุณก็รู้เเล้วว่ามันร้ายเเรงมากเเค่ไหน เพราะมันเป็นอันตรายกับปอดโดยตรง โดยในส่วนของบุหรี่ มีส่วนผสมของสารเคมีต่างๆ โดยส่วนประกอบหลักก็จะมีพวกน้ำมันดินต่างๆ ซึ่งทำไห้ปอดของคนสูบบุหรี่เข้าไปนั้น ดำอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

ส่วนคนที่ไม่สูบบุหรี่ ปอดก็จะโล่ง ระบบทางเดินหายใจดี ไม่มีเสมหะอุดตัน ส่วนคนที่ปอดเป็นคนสูบบุหรี่นั้น ปอดจะสีเสมหะอุดตัน หายใจไม่สะดวก เกิดเป็นการไอเรื้อรังมีอาการหายใจหอบ ปอดจะไปละเอียดเป็นเล็กๆ จะมีฟองใหญ่ๆมากมาย เรียกว่า ถุงลมโป่งพองนั่นเอง เพราะเวลาหายใจ ผู้ที่สูบบุหรี่ จะมีลมเข้าไปที่ปอด เเต่ลมที่เข้าปอดนั้น

ไม่สามารถออกได้ เพราะมันเกิดการอุดตันภายในปอด เพราะปอดได้พังไปเเล้วพังเเล้วพังเลย ไม่สามารถทดเเทนได้อีก เพราะท่อลมที่เชื่อมเข้าไปในปอด มีเเค่สายเดียว ถ้าเป็นไปเเล้ว การเลิกบุหรี่ คือสำคัญที่สุด เพราะถึงปอดจะเสียหายไปบ้าง เเต่มีโอกาสหายอย่างเเน่นอน เเละการเข้ารับการรักษาฟื้นฟูปอด โดยการไห้ยาขยายหลอดลม เพื่อไห้ปอดสามารถกลับมาคลายลมในปอดได้อีก บุหรี่ ไม่ใช่ทำไห้เเค่เป็นมะเร็งปอด ยังมีโรคถุงลมโป่งพองที่กล่าวไป ส่วนมะเร็งปอด คนที่สูบบุหรี่อยู่อาจจะมองว่าไม่มีอะไร พอป่วย ไปตรวจเจอ ก็อาจจะเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายไปเเล้ว 

บุหรี่นั้น มีฤทธิ์ทำลายทุกอย่างในร่างกายเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะสมอง หัวใจ ปอด ส่วนมาก จะทำลายปอด เพราะคนสูบ เอาลมที่สูบบุหรี่เข้าปอด มันเลยทำลายปอดเต็มๆ สูบคนเดียวก็ว่าเป็นอันตรายเเล้ว คนที่ไม่ได้สูบเเต่สูดกลิ่นบุหรี่เข้าไปเต็มๆหรือบ่อยๆ ก็อาจทำลายปอดของคนที่สูดดมกลิ่นบุหรี่ได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่า บุหรี่มือ2 คนไทยนิยมสูบบุหรี่กันมาก 

โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลอง ไม่สนว่าบุหรี่จะทำลายระบบทำลายร่างกายหรือไม่ ตั้งใจว่าจะสูบเล่นๆ เเต่กลายเป็นติดจริง ก็เพิ่มการมีโอกาสป่วยได้มากขึ้นไปอีก คนไทย เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มากกว่า400รายขึ้นไป เเละมากกว่า70% เลิกบุหรี่ เเต่ทำไม่ได้ กลับมาสูบอีกครั้ง โทษของบุหรี่ที่สำคัญที่สุดก็จะมีสารก่อมะเร็ง มะเร็งในช่องปาก มะเร็งปอด เพราะมีนิโคติน เเละสารต่างๆประกอบอยู่ในบุหรี่ ทำไห้เป็นผลต่อปอดเเละผู้สูบโดยตรง ทำไห้เป็นโรคร้ายเเรงคือโรคมะเร็ง เเละเสียชีวิตในที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่สูบบุหรี่ เเละไม่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดทุกอย่าง จะทำไห้สุขภาพร่างกายของเราเเข็งเเรง เเละ สุขภาพจิตดี

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

bookmark_borderไอศครีม กินมากเกินไป เสี่ยงให้เกิดเป็นโรคอ้วนได้ 

          หลายคนนั้นชื่นชอบการกินไอศกรีมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวถึงแม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วแต่บางคนก็ยังชื่นชอบและพร้อมที่จะกินไอศครีมได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเกิดเป็นช่วงในฤดูร้อนแล้วก็ไอศครีมจะขายดีมากเป็นพิเศษเพราะเมื่อกินแล้วจะให้ความหวานและที่สำคัญนั้นยังช่วยให้เราสดชื่น

  และคลายร้อนได้อีกด้วยอย่างไรก็ตามไอศกรีมนั้นเป็นขนมหวานชนิดหนึ่งที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะให้ความหวานเนื่องจากส่วนประกอบของไอศกรีมส่วนใหญ่แล้วก็จะมีน้ำตาลรวมถึงนม  ครีม  และน้ำแข็งเป็นหลัก

         ดังนั้น  เมื่อเรากินไอศกรีมเข้าไปก็แสดงว่าเรากินน้ำตาลเข้าไปในปริมาณที่มากนั่นเองยิ่งถ้าเราปล่อยตามใจปากของเราให้กินไอศครีมในแต่ละมื้อว่าน้ำตาลก็จะเข้าสู่ร่างกายเรามากด้วยเช่นเดียวกันและอย่างที่เรารู้กันดีว่าการเผาผลาญพลังงานในร่างกายนั้นระบบการทำงานของร่างกายจะมีการเลือกเผาผลาญพลังงานจากน้ำตาลก่อนเป็นอันดับแรกและถ้ามีไขมันกับน้ำตาลเมื่อเผาผลาญน้ำตาลหมดแล้วถึงจะไปเผาผลาญไขมันทำให้ถ้าเรายิ่งเติมน้ำตาลเข้าไปไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของเราก็จะไม่ได้รับการเผาผลาญพลังงานสักทีทำให้เรานั้นเกิดเป็นโรคอ้วนได้นั่นเอง 

             สำหรับขั้นตอนการผลิตไอศกรีมนั้นไม่ใช่มีเพียงแค่น้ำตาลครีมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะไอศครีมบางแห่งนั้นยังมีการใส่นมผงรวมถึงอาจจะมีสารเพิ่มความหวานอย่างเช่นกลูโคสไซรัปและอาจจะมีใส่กระทิหรือแม้แต่น้ำผึ้งรวมถึงฟุตโต๊ะลงไปด้วยซึ่งของต่างๆเหล่านี้นั้นมีความเป็นไขมันสูงอีกด้วยดังนั้นการที่เรากินไอศครีมเยอะๆในแต่ละมื้อนั้นจะทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและเสี่ยงต่อการมีน้ำตาลในเลือดสูงที่สำคัญยังอาจมีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงได้อีกด้วย 

              อย่างไรก็ตามอธิบดีกรมอนามัยได้มีการออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไอศกรีมซึ่งได้มีการตรวจสอบไอศครีมที่เคยมีการลงโฆษณาตามสื่อต่างๆโดยกำหนดว่าไอศครีมที่นำมาขายนั้นเป็นไขมัน 0% แต่เมื่อมีการทำการวิจัยพบว่าถึงแม้ว่าจะมีไขมัน 0% แต่ในไอศครีมนั้นก็มีน้ำตาลสูงในปริมาณ   3.5 –   6.5 ช้อนชา เลยทีเดียว

           ดังนั้นถ้าหากใครไม่ต้องการเป็นโรคอ้วนและไม่ต้องการเป็นโรคเบาหวานแล้วแล้วก็คุ้นๆมีการควบคุมการกินไอศครีมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนนั้นควรจะกินให้น้อยหน่อยโดยวันนึงคุณสามารถกินไอศครีมได้ไม่เกิน 1 แท่งเพราะเมื่อคุณ กินไอศครีมน้อยลงปริมาณน้ำตาลและปริมาณไขมันที่จะเข้าสู่ร่างกายของคุณก็จะลดลงตามจำนวนไอศครีมไปด้วยที่สำคัญควรเลือกกินไอศกรีมที่มีมาตรฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือได้เพราะถ้าหากว่าไอศกรีมของคุณนั้นผลิตจากสถานที่ที่ไม่สะอาดก็อาจจะทำให้คุณมีปัญหาเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

bookmark_borderเคล็ดลับคนอยากผอม

เชื่อว่าผู้หญิงเราสมัยนี้ น้อยคนที่จะหันมาดูแลสุขภาพร่างกงายของตนเองแบบจริง ๆ จัง ๆ เพราะเนื่องจากส่วนใหญ่แล้วจะให้ความสนใจในเรื่องของการกินเป็นหลัก ซึ่งสังคมเราในสมัยนี้ก็ได้มีอาหารมากมายหลายประเภทที่เป็นตัวดึงดูดสาว ๆ ให้หันมาเป็นสายกินมากกว่าสายออกกำลังกาย แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อเรากินเยอะ ๆ เป็นประจำก็อาจจะมาเสียใจเอาทีหลังว่าทำไมตอนนี้นเราถึงไม่เป็นคนที่กินจุขนาดนี้

แทนที่จะหันมาดูแลสุขภาพร่างกาย มีหุ่นที่สวยเหมือนกับคนอื่น ๆ เขา แต่ถึงแม้ว่าเราจะมาเสียใจเอาทีหลัง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสในการดูแลตนเอง เริ่มต้นตอนไหนก็สามารถมีสุขภาพร่างกายที่ดีได้เช่นกัน หากจิตใจของเรามีความพร้อม และมีความมุ่งมั่นที่จะทำมัน หลายคนเริ่มหันมาสนใจเรื่องของการออกกำลังกายกันเป็นอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นทั้ง การลดน้ำหนัก หรือแม้แต่การเพิ่มน้ำหนักให้ตนเอง เพราะบางคนนั้นก็ผอมจนไม่น่ามอง กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนจึงหันมาออกกำลังเพิ่มน้ำหนักแทน อย่างไรก็ตาม วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ มากให้ได้ฝากกันสำหรับความที่อยากผอมแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นวิธีการไหนดี วันนี้เรามีคำตอบค่ะ ซึ่งก็เป็นวิธีง่าย ๆ ฉบับคนที่ขี้เกียจออกกำลังอีกด้วย

  • การเลือกรับประทาน การที่เรารับประทานอาหารเป็นที่ถูกต้องแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่ร่างกายของเรานั้นต้องการ แต่จะเลือกทานอย่างไรล่ะให้มีสุขภาพร่างงกายที่แข็งแรง และจะเลือกรับประทานอย่างไรเพื่อลดน้ำหนักไปในตัว ในความเป็นจริงแล้วการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อร่างกายจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่อย่างเหมาะสม และสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนักแนะนำให้เน้นในเรื่องของผักผลไม้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มแร่ธาตุ และกากใยอาหารให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ 
  • การดื่มน้ำเยอะ ๆ ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ควรที่จะดื่มน้ำก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหากเราดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยให้เรารู้สึกมีความอยากอาหารน้อยลง อีกทั้งยังสามารถช่วยในเรื่องของการล้างสารพิษที่อยู่ในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทำให้ถ่ายง่ายมากขึ้น ซึ่งเคล็ดลับนี้จะช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงอย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องอดอาหารอีกต่อไป 
  • รับประทานผลไม้ลองท้อง แน่นอนว่าหากเราปล่อยให้ท้องหิวมาก ๆ จะยิ่งส่งผลให้เรากินจุ และกินเยอะมากขึ้นไปอีก ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ การหยิบผลไม้ที่มีกากใยอาหารขึ้นมากินเพื่อรองท้องไปก่อน เพื่อช่วยให้ท้องของเราไม่ว่างและไม่หิวเกินไป จะสามารถช่วยให้เราไม่เกิดความอยากอาหาร และน้ำหนักไม่เพิ่มอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

bookmark_borderวิธีป้องกันไม่ให้ลูกเป็นป่วยเป็นไข้  พ่อแม่ควรทำอย่างไร 

        เชื่อว่าคงไม่มีพ่อแม่ที่ไหน ที่อยากให้ลูกของตัวเองมีอาการป่วยอย่างแน่นอน  แต่เนื่องจากว่าในสภาพอากาศในปัจจุบันนั้นไม่ค่อยจะเลือกอำนวยให้สุขภาพของคนเราแข็งแรงสักเท่าไหร่เพราะแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่สบายได้เนื่องจากสภาพอากาศในตอนนี้มีทั้งในเรื่องของฝนตกอากาศแปรปรวนและยังมีเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ค่อนข้างมีความเสี่ยงในการที่จะไม่สบายง่ายมากนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราเองนั้นไม่ต้องการที่จะให้ลูกของเราป่วยแต่อาการป่วยไข้นั้นมันไม่สามารถที่จะควบคุมได้แต่เราในฐานะที่เป็นพ่อแม่ของลูกเราก็สามารถที่จะลดความเสี่ยงให้ลูกเรานั้นมีอาการป่วย ให้น้อยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ได้นั่นเองดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดพ่อแม่จะต้องมีการดูแลได้หาวิธีป้องกันไม่ให้ลูกของตนเองนั้นเจ็บป่วยได้ง่ายเรามาดูกันว่าในฐานะของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่นั้นเราสามารถทำอย่างไรได้บ้าง 

         อย่างแรกเลยเราควรจะให้ลูกของเรานั้นหลีกเลี่ยงไปในสถานที่ที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ลูกเรานั้นติดเชื้อโรคต่างๆได้เช่นหลีกเลี่ยงการไปเดินห้างสรรพสินค้าหรือหลีกเลี่ยงการไปเดินในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่มีการระบาดของไวรัสโควิดการที่ให้ลูกอยู่แต่ที่บ้านจะลดความเสี่ยงได้ดีเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว 

       นอกจากนี้ถ้าหากว่าเราเห็นว่าบุคคลรอบตัวลูกของเรามีใครที่เป็นไข้หวัดไม่สบายก็ควรงดให้ลูกของเราเข้าใกล้อย่างเช่นอาจจะเป็นคุณตาคุณยายไม่สบายก็ไม่ควรให้ลูกของเราเข้าไปใกล้ชิดจนกว่าพวกท่านจะหายดีรวมถึงควรที่จะทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆของลูกของเราเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค

         ควรจะต้องมีการหมั่นล้างมือให้ลูกของเราเป็นประจำเพราะคุณเชื่อหรือไม่ว่า  80% ของการค**ของเด็กนั้นมาจากการที่เด็กๆนั้นไม่ได้ล้างมือและมีการหยิบจับโดนเชื้อโรคแล้วนำเชื้อโรคนั้นเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากดังนั้นถ้าหากว่าล้างมือให้สะอาดก็เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้เช่นเดียวกัน

         สิ่งสำคัญที่สุดก็คือคุณแม่คุณสร้างภูมิคุ้มกันภูมิต้านทานที่แข็งแรงให้กับลูกตั้งแต่เด็กโดยวิธีการนั้นก็คือเมื่อคุณคลอดลูกออกมาคุณควรให้ลูกของคุณกินน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลานานหนึ่งปีเพราะน้ำนมแม่นั้นมีประโยชน์มากกว่าอาหารชนิดอื่นๆและยังสามารถทำให้ร่างกายของลูกของคุณนั้นแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้อีกด้วย   และเมื่อลูกของคุณนั้นร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานดีก็จะทำให้ไม่สามารถเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

bookmark_borderความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวุ้นเส้น

สำหรับเรื่องของวุ้นเส้นเราคิดว่าเป็นอาหารที่เรียกได้ว่ารับประทานกันบ่อยมากๆเลยแต่ว่าเรารู้ความจริงเกี่ยวกับมันหรือเปล่าหรือว่าเราเข้าใจผิดมันมาตลอด วุ้นเส้นสำหรับผู้ที่ลดความอ้วนก็มักจะทานวุ้นเส้นเพื่อที่จะลดความอ้วนกันใช่หรือไม่และมันสามารถลดได้จริงหรือเปล่า

ซึ่งความเข้าใจผิดข้อแรกก็คือ กินวุ้นเส้นแล้วไม่อ้วนบอกเลยว่าคุณเข้าใจผิดแล้วแต่กยังมีคนเถียงบอกว่าวุ้นเส้นเขามีทำตั้งหลายแบบมีทำจากมัน สำปะหลัง ถั่วเขียว ไม่อ้วนใช่ไหม ถั่วเขียวเป็นผักด้วยเป็นถั่วด้วยอีกทั้งยังได้โปรตีนอีกด้วยไม่อ้วนเลยต้องบอกอย่างนี้ว่า

โดยตัววุ้นเส้นประมาณ100กรัมก็จะมี300กิโลแคลอรี่ถือว่าไม่น้อยนะแล้วก็ต้องบอกว่าวุ้นเส้นมีคาร์โบไฮเดรตที่สูงมากๆไม่ว่าจะทำมาจากถั่วเขียวหรือทำมาจากอะไรก็ตามเพราะได้ผ่านกรรมวิธีหลายอย่างนั่นเองคราวนี้เอาจริงๆแล้ววุ้นเส้นสุก1ถ้วยเมื่อได้เทียบกับข้าวหนึ่งถ้วยเขาผอมกว่า

ดังนั้นในวุ้นเส้นสุกหนึ่งถ้วยได้ประมาณสัก60ถึง80กิโลแคลอรี่แต่ข้าวสวยได้ประมาณ120กิโลแคลอรี่ก็ถ้าจะลดน้ำหนักจริงๆก็สามารถที่จะทานวุ้นเส้นแทนข้าวได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แนะนำว่าให้ทานหลากหลายมากกว่าที่จะรับประทานอยู่แบบเดียว

เพราะว่าเวลาที่เรารับประทานวุ้นเส้นเพียงอย่างเดียวเราก็มักจะเอาอย่างอื่นมาผสมใช่ไหมเช่นยำวุ้นเส้นบางคนบอกยำวุ้นเส้นผอมต้องบอกอย่างนี้ยำวุ้นเส้นท่านใส่น้ำตาลหรือเปล่าท่านก็ใส่เต็มที่เลยมันขาดเปรี้ยวมันขาดหวานใส่น้ำตาลไป4-5ช้อนมันอ้วนตรงนี้แหละก็อันตรายสำหรับเรื่องของการที่จะรับประทานวุ้นเส้นเพื่อให้ผอมก็ให้ทานอย่างถูกวิธีและถูกหลักแล้วก็ต้องรู้ด้วยว่าไม่ใช่ทานเท่าไหร่ก็ได้มันสามารถควบคุมน้ำหนักได้ในระดับหนึ่งดีพอสมควรแต่เวลารับประทานเข้าไปเยอะๆก็ไม่ดีเพราะมีคาร์โบไฮเดรตสูงแล้วก็โปรตีนไม่ได้สูงอย่างที่คิดเอาไว้

นอกจากนี้ในความเข้าใจผิดอีกว่าวุ้นเส้นทำจากถั่วเขียวมีโปรตีนสูงมากต้องบอกเลยว่าวุ้นเส้นนั้นแม้ว่าจะทำมาจากหลายอย่างและที่เรามักจะเห็นและที่เราโฆษณากันเยอะๆก็คือวุ้นเส้นวิธีทำถั่วเขียวมีโปรตีนสูงและยังมีประโยชน์กินแล้วไม่อ้วนต้องบอกว่าวุ้นเส้นที่ทำมาจากถั่วเขียวตัวถั่วเขียวถ้าท่านรับประทานถั่วเขียวก็ดีมีโปรตีนสูง

เมื่อผ่านกรรมวิธีที่หลากหลาย108ล้านอย่างจนมันออกมาเป็นวุ้นเส้นโปรตีนของท่านมันเหลือนิดเดียวแล้ววุ้นเส้นหนึ่งถ้วยใหญ่เลยมีโปรตีน2กรัม

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์