bookmark_borderแก้อาการคันแบบไม่มีสาเหตุ วัยทอง

วัยทองสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย แก้อาการคัน ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นเมื่อช่วงอายุใกล้ ๆ  50 ปี หรือหากเป็นผู้หญิงก็จะเกิดใกล้ ๆ ช่วงอายุที่ประจำเดือนหมดแบบไม่มีอีกแล้ว ซึ่งวันนี้จะมาพูดเกี่ยวกับวัยทองในผู้หญิง

การที่ใครก็ตามที่เข้าสู่ช่วงวัยทองจะสามารถสังเกตได้ง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะอารมณ์ที่มักแปรปรวนง่ายและบ่อย มีอาการซึมเศร้า เครียดง่าย วิตกกังวลง่าย รู้สึกตัวร้อนวูบวาบอยู่บ่อย ๆ เหงื่อออก หนาวสั่น นอนหลับยากขึ้น และผิวแห้งซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการคันแบบไม่ทราบสาเหตุ

การคันตามผิวหนังอาจจะมาจากสาเหตุเหล่านี้

– ต้นเหตุคันตามผิวหนัง

ถ้าเกิดคุณกำลังอยู่ในตอนวัย ใกล้เลข 5  แล้ว อาจจะพบปัญหาอาการกลุ่มนี้ ไม่ต้องตกอกตกใจไป เพราะเนื่องจากต้นสายปลายเหตุที่จริงแล้ว เป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกาย หรือจะเรียก ว่าเป็นช่วง ๆ วัยทองนั่นเอง ซึ่งจะมีผลให้ผิวหนังของพวกเราขาดความชื้น รวมทั้งแห้ง ก็เลยทำให้ผิวของพวกเราลอก คัน แล้วก็บางทีอาจเป็นเกล็ดได้นั่นเอง

– ซึ่งอาการคันที่เกิดขึ้นตามผิวหนังจะมีลักษณะนา ๆ ประการในแต่ละคน ขอยกตัวอย่างเช่น

คันตามผิวหนัง, หลังมือแห้งด้าน, คันบริเวณของลับหรือจุดซ่อนเร้น, ช่องคลอดแห้ง, ,มีผื่นขึ้น ผื่นคันตามผิวหนัง, ผิวขาดความชื้นกระทั่งเป็นต้นเหตุของปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา ตัวอย่างเช่น ผิวหนังหย่อนยานคล้อย ผิวไม่กระชับ การมีจุดด่างดำ

ทางแก้อาการคันตามผิวหนัง ถ้าเกิดคันตามผิวหนังจะทำอย่างไรดี

1-ใช้ครีมอาบน้ำร่วมกับข้าวโอ๊ต ข้าวโอ๊ต มักเป็นที่นิยมถูกใช้เป็นส่วนประกอบในครีบอาบน้ำซะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าสามารถให้ความชื้น คืนความชื้นให้กับผิว นุ่มนวลกับผิว และก็ช่วยลดอาการผิวแห้ง ผิวคันได้

2-ทางแก้อาการคันตามผิวหนัง ไม่สวมเสื้อรัดรูปเกินการโดนบีบ หรือการสัมผัสเสียดสีจากเสื้อผ้ามากจนเกินไป ก็เป็นตัวการที่ทำให้พวกเรายิ่งรู้สึกคันผิวหนัง หรือแสบผิวหนังได้

3-แนวทางแก้อาการคันตามผิวหนัง ใช้คาลาไมน์โลชั่น

คาลาไมน์โลชั่น มีกลิ่นหอมยวนใจ  ทำให้รู้สึกเย็นหน่อย ๆ  สามารถลดอาการคันได้อย่างยอดเยี่ยม หาซื้อได้ง่าย แล้วก็ยังให้ความชื้นกับผิวอีกด้วย

4-ทางแก้อาการคันตามผิวหนัง อีกหนึ่งทางที่ทุกคนอาจจะนึกไม่ถึง คือ การควบคุมความเคร่งเครียด

ความตึงเครียดเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้ร่างกายของพวกเรายิ่งผันแปรบางทีอาจไปกระตุ้นอาการคันตามผิวหนังได้  เครื่องช่วยฟังฟรี   ด้วยเหตุผลดังกล่าวแล้ว การที่เริ่มมีความเครียด ให้มองหาอะไรทำซึ่งเป็นการบรรเทารวมทั้งสุขสบายกายสบายใจในกิจกรรมนั้น ๆ

 

bookmark_borderการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน

พฤติกรรมการกิน วิธีการการศึกษาสอดคล้องกับปฏิญญาเฮลซิงกิ โปรโตคอลการศึกษาทั้งหมดได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาสถาบันของมหาวิทยาลัยคอนสแตนซ์และดำเนินการตามแนวทางและข้อบังคับ

เมื่อมาถึง ผู้เข้าร่วมทุกคนลงนามยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้เข้าร่วม 38 คน (หญิง 28 คน: อายุเฉลี่ย = 24.47, SD = 5.88, ช่วง = 18–48 ปี) จาก University of Konstanz ประเมินพฤติกรรมการกินของพวกเขาในเวลาใกล้เคียงกับเรียลไทม์และในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติโดยใช้การประเมินผู้ป่วยนอกตามเหตุการณ์ วิธี (EMA)

ไม่มีผู้เข้าร่วมหลุดออกหรือต้องได้รับการยกเว้น ผู้เข้าร่วม 33 คนเป็นนักเรียน โดย 52.6% กำลังศึกษาด้านจิตวิทยา เพื่อเป็นค่าตอบแทน ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกระหว่างการมีส่วนร่วมในการจับสลาก (4 × 25€) หรือรับหน่วยกิตของหลักสูตร (2 ชั่วโมง)

ขั้นตอน ผู้เข้าร่วมได้รับการคัดเลือกผ่านแผ่นพับที่แจกจ่ายในมหาวิทยาลัยและโพสต์บนกลุ่ม Facebook ก่อนเข้าร่วม ผู้เข้าร่วมทุกคนให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้เข้าร่วมได้รับเชิญไปที่ห้องปฏิบัติการสำหรับช่วงแนะนำตัวเป็นรายบุคคล ในช่วงเซสชั่นแรกนี้ ผู้เข้าร่วมได้ติดตั้งแอปพลิเคชั่น movisensXS (เวอร์ชั่น 0.8.4203) บนสมาร์ทโฟนของตนเองและดาวน์โหลดแบบสำรวจการศึกษา (movisensXS Library v4065) นอกจากนี้ พวกเขายังกรอกแบบสอบถามพื้นฐานสั้นๆ ซึ่งรวมถึงตัวแปรทางประชากร เช่น อายุ เพศ การศึกษา และหลักการกิน

ผู้เข้าร่วมได้รับคำสั่งให้บันทึกทุกโอกาสการกินทันทีก่อนรับประทานอาหารโดยใช้สมาร์ทโฟนเพื่อระบุประเภทของอาหาร ถ่ายภาพอาหาร และอธิบายส่วนประกอบหลักโดยใช้ช่องป้อนข้อมูลฟรี ไม่ได้รับการประเมินปริมาณของเหลว ผู้เข้าร่วมถูกขอให้บันทึกการรับประทานอาหารของพวกเขาเป็นเวลาแปดวันติดต่อกัน หลังจากเสร็จสิ้นการศึกษา ผู้เข้าร่วมจะได้รับเชิญกลับไปที่ห้องปฏิบัติการเพื่อสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายเป็นรายบุคคล

มาตรการ ทันทีก่อนรับประทานอาหาร ผู้เข้าร่วมต้องระบุประเภทของอาหารด้วยห้าตัวเลือกต่อไปนี้ อาหารเช้า อาหารกลางวัน น้ำชายามบ่าย อาหารเย็น และของว่าง ในประเทศเยอรมนี

น้ำชายามบ่าย เรียกว่า “Kaffee & Kuchen ซึ่งแปลว่า กาแฟและเค้ก โดยตรง คล้ายกับแนวคิดเรื่อง “น้ำชายามบ่าย” แบบดั้งเดิมในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในเยอรมนี ผู้คนจะทาน “Kaffee & Kuchen” ในช่วงบ่าย (ระหว่าง 4-5 โมงเย็น) และโดยทั่วไปกาแฟ (หรือชา) จะเสิร์ฟพร้อมเค้กหรือคุกกี้ อาหารค่ำในเยอรมนีเป็นอาหารหลักที่มีอาหารคาวเป็นหลัก

หลังจากรับประทานอาหารแต่ละมื้อแล้ว ผู้เข้าร่วมจะถูกขอให้ให้คะแนนอาหารเป็นสามมิติ พวกเขาให้คะแนน (1) ว่าพวกเขาชอบอาหารมากเพียงใด (2) พวกเขาพอใจกับอาหารมากเพียงใด และ (3) ว่าอาหารของพวกเขาอร่อยแค่ไหน มีการให้คะแนนในระดับหนึ่งถึง 100 สำหรับการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ Alpha ของ Cronbach ถูกคำนวณเพื่อประเมินความสอดคล้องภายในของทั้งสามรายการ อัลฟาโดยรวมของครอนบาคคำนวณด้วย α = 0.87

นอกจากนี้ ค่าเฉลี่ยของคะแนนอัลฟ่าของ 38 Cronbach ที่คำนวณในระดับบุคคลยังให้ค่าที่น่าพอใจด้วย α = 0.83 (SD = 0.24) ผู้เข้าร่วมสามสิบสองจาก 38 คนแสดงค่าอัลฟาของ Cronbach ที่สูงกว่า 0.70 (range = 0.42–0.97) คะแนนโดยรวมของความสุขที่ได้รับจากการรับประทานอาหารคำนวณโดยใช้ค่าเฉลี่ยของคำถามสามข้อเกี่ยวกับความเพลิดเพลิน ความเพลิดเพลิน และรสชาติของอาหาร

 

สนับสนุนโดย.    เครื่องช่วยฟังยี่ห้อไหนดี

bookmark_borderประโยชน์ของกีฬาและฟิตเนส

ประโยชน์ของกีฬา เมื่อคุณได้ยินคำว่ากีฬา คุณอาจนึกถึงบาสเก็ตบอล เบสบอล หรือฟุตบอล เมื่อคุณอ่านฟิตเนส คุณอาจจินตนาการถึงการออกกำลังกายที่เข้มข้นทุกวันที่โรงยิม ในฐานะบุคคลที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ คุณอาจไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ได้ ครั้งต่อไปที่คุณได้ยินคำว่ากีฬาและฟิตเนส

ให้พิจารณาว่าการออกกำลังกาย ผ่านการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย จะเสริมสร้างระบบกล้ามเนื้อและกระดูกของคุณและลดน้ำหนักส่วนเกิน ประโยชน์ที่แท้จริง: ข้อต่อของคุณจะมีเสถียรภาพมากขึ้นและคุณจะมีโอกาสตกเลือดและเจ็บปวดน้อยลง

การศึกษาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) พบว่าการมีน้ำหนักเกินมีความสัมพันธ์อย่างมากกับระยะการเคลื่อนไหวร่วมที่จำกัด นี่เป็นความจริงโดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงของโรคเลือดออก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่การมีน้ำหนักเกินเท่านั้น คุณเคยรู้สึกเหนื่อยจากการปีนขึ้นบันไดหรือว่าเดินลงห้องโถงรู้สึกว่ามันเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ ไหม

ประโยชน์บางประการของการฟิตร่างกาย มันเพิ่มระดับพลังงานของคุณ มันช่วยเพิ่มอารมณ์และทัศนคติของคุณ ช่วยให้ร่างกายของคุณปรับตัวเข้ากับกิจกรรมประจำที่อาจทำให้เลือดออกและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อต่อและกล้ามเนื้อที่อ่อนแอเนื่องจากขาดการเคลื่อนไหว ข้อควรพิจารณาบางประการเมื่อคิดเกี่ยวกับการใช้งาน ระดับความฟิตและเป้าหมายในปัจจุบันของคุณ อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณไม่ใช่เพื่อนของคุณ

คุณสบายใจกับการออกกำลังกายแค่ไหน เช่นเดียวกับรถยนต์ คุณไม่สามารถสตาร์ทด้วยความเร็ว 55 ไมล์ต่อชั่วโมง คุณจะต้องทำงานผ่านเกียร์ ทุกคนต้องเริ่มต้นที่ศูนย์และทำงานในอัตราที่ต่างกัน คุณจะไปถึงที่นั่น คุณมีข้อจำกัดบ้างไหมการประเมินระดับความฟิตของคุณอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น

คุณต้องการทำอะไรให้สำเร็จด้วยความกระตือรือร้น? ทำรายการ: เป้าหมายของคุณคือสุขภาพโดยรวมหรือการจัดการน้ำหนักหรือไม่? เหตุการณ์เฉพาะ (เช่น Hemophilia Walk)? หรือคุณแค่ต้องการเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ ของคุณ? เช่นเดียวกับในด้านอื่น ๆ ในชีวิตของคุณ การตั้งเป้าหมาย (เป้าหมายการออกกำลังกายในกรณีนี้) ช่วยให้คุณมีบางอย่างที่ต้องทำ คุณสามารถสร้างแผนและแผนภูมิความคืบหน้าของคุณ เพื่อให้คุณรู้ว่าคุณบรรลุเป้าหมายเมื่อใด

การรักษาก่อนและหลังกิจกรรมบางอย่างช่วยลดอัตราการตกเลือด แม้ว่าคุณอาจกำลังรักษาแบบป้องกัน (ซึ่งจะทำให้คุณสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้น) เลือดออกจากการบาดเจ็บหรือการใช้มากเกินไปก็ยังมีความเป็นไปได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกิจวัตรการป้องกันตามปกติหรือรักษาก่อนทำกิจกรรม ให้ปรึกษากับทีมการรักษาของคุณว่าเมื่อใดที่คุณควรปฏิบัติต่อตามกิจกรรมของคุณ ตามหลักการแล้ว กิจกรรมควรเกิดขึ้นทันทีหลังการรักษา เมื่อระดับปัจจัยการแข็งตัวของเลือดอยู่ที่จุดสูงสุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมทางกายภาพและเหตุการณ์ใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น คุณอาจต้องการรักษาหลังจากนั้น

อย่าเล่นจนบาดเจ็บ อาการบาดเจ็บทั้งหมดต้องใช้เวลาในการรักษาอย่างเพียงพอ ถ้าคุณไม่ใช้เวลาในการฟื้นตัว คุณอาจจบลงที่ข้อต่อและเนื้อเยื่อเสียหายในระยะยาวหรือถาวร ใช้ R.I.C.E. โปรโตคอล (Rest, Ice, Compress และ Elevate)พูดคุยกับทีมการรักษาของคุณเกี่ยวกับตัวเลือกการรักษาของคุณและพิจารณาว่าเมื่อใดที่คุณสามารถทำกิจกรรมทางกายต่อไปได้

 

สนับสนุนโดย.  ชุดตรวจ hiv

bookmark_border3 วิธีการเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย 

วิธีการเพิ่มพลังงาน มีใครเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไม การใช้ชีวิตในประจำของเรานั้นจึงดูไม่ค่อยจะสดชื่น หรือดูมีชีวิตชีวาเอาสะเลย บางคนถึงกับไม่มีแรงแม้กระทั่งจะทำงาน เหมือนกับมีแต่กายแต่ไร้วิญญาณเอาสะอย่างนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าร่างกายดูไม่มีชีวิตชีวาจะส่งผลกระทบไปยังการใช้ชีวิตของเราอย่างแน่นอน

เพราะอาจทำให้เรามีแรงในการทำกิจกรรมต่างๆ นั่นเอง แต่รู้หรือไม่ว่า การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนั้น สามารถทำได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพราะในปัจจุบันนี้ การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้น ไม่ว่าใครก็อยากมีกันทั้งนั้น ฉะนั้น

สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาดังกล่าว วันนี้เราก็ได้มีเคล็ดลับง่ายๆที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย เพื่อที่จะช่วยเสริมสร้างการมีสุขภาพร่างกายที่ดี เพื่อเป็นตัวกระตุ้นการใช้ชีวิตในประจำวัน หากทำตามวิธีดังกล่าวขอบอกเลยว่า คุณจะมีแรงในการทำงานตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลย 

การดื่มน้ำให้เพียงพอ หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำเยอะๆ นั้นจะยิ่งดีต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าการดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้ แถมยังช่วยเพิ่มพลังงานที่ดีให้แก่ร่างกายได้อีกด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังหมดแรงในการทำงาน ลองหยิบน้ำขึ้นมาจิบสักหน่อย ขอบอกเลยว่านอกจากจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นแล้วนั้น ยังช่วยเพิ่มพลังงานที่ดีให้แก่ร่างกายของเราได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าจะทำให้เราเดินเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างแน่นอน 

การไม่เครียด อย่างที่เราทราบกันเป็นอย่างดีว่าความเครียดนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้การใช้ชีวิตของเราแย่ลง เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกเครียด นอกจากเราจะมีอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ยังส่งผลกระทบไปยังสุขภาพร่างกายของเราด้วย ดังนั้น ทางที่ดีการควบคุมความเครียด อาจเป็นตัวช่วยหนึ่งที่อาจทำให้การใช้ชีวิตของเรานั้นดีขึ้นก็ได้ 

หลีกเลี่ยงการใช้คาเฟอีน ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะเป็นตัวช่วยในเรื่องของการกระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานอยู่เสมอ แต่รู้หรือไม่ว่าคาเฟอีนนั้นเป็นตัวกระตุ้นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น และเมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ฤทธิ์ของคาเฟอีนก็จะหมด หรือเรียกง่ายๆว่าพลังงานของคุณจะค่อย ๆ หมดไป จนส่งผลให้ร่างกายไม่มีพลังงานที่จะสู้งานต่อ ดังนั้น ถ้าหากเป็นไปได้ หากรู้สึกว่าร่างกายไม่มีพลังงาน เราก็ไม่ควรที่จะให้คาเฟอีนเป็นตัวช่วย เพราะจะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย ยิ่งดื่มมากก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างหนัก 

 

สนับสนุนโดย.    sharismata

bookmark_borderแบคทีเรียกินเนื้อ

         เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินแบคทีเรียกินเนื้อ  ซึ่งเรามักจะได้ยินข่าวอยู่เป็นประจำเกี่ยวกับการเป็นโรคนี้โดยส่วนใหญ่แล้วแบคทีเรียชนิดนี้นั้นจะเกิดจากการที่มีแผลติดเชื้อและวิธีการรักษานั้นก็คือต้องคว้านเอา เนื้อส่วนที่ติดเชื้อแบคทีเรียนั้นออกเนื่องจากว่าเนื้อส่วนที่ติดเชื้อแบคทีเรียนั้นจะเป็นเนื้อเน่าและเนื้อตายแล้วถ้าหากไม่รีบทำการขว้างทิ้งก็จะลุกลามไปเรื่อยๆจนถึงขนาดที่สามารถตัดแขนและขาได้เลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ 2564   ได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้มีการโพสต์ออกมาแชร์ประสบการณ์ของตนเองว่าตนเองนั้นติดเชื้อแบคทีเรียชนิดแบคทีเรียกินเนื้อโดยมีการระบุว่าตนเองติดเชื้อมาจากการที่ถูกแมวข่วนซึ่งผู้ใช้ทวิตเตอร์รายดังกล่าวที่มีการโพสต์นั้นชื่อว่าคุณเมย์   โดยเธอระบบว่าเธอถูกแมวที่เธอเลี้ยงนั้นข่วนจนเป็นแผล

          โดยเธอระบุว่าหลังจากที่เธอถูกข่วนเธอก็รีบล้างแผลทันทีโดยการเอาน้ำสบู่ล้างหลังจากนั้นก็เอาแอลกอฮอล์เช็ดซ้ำอีกครั้งหนึ่งและทาด้วยเบตาดีนอย่างไรก็ตามเมื่อผ่านไปเป็นระยะเวลาหลายวันแล้วอาการแผลของเธอนั้นกลับไม่ดีขึ้นแต่กลับพบว่าตรงบริเวณแผลนั้นเริ่มบวมมากยิ่งขึ้นเธอจึงได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลให้หมอช่วยทำการตรวจให้ซึ่งคุณหมอก็ระบุว่าแผลของเธอนั้นติดเชื้ออย่างรุนแรงจึงทำให้เกิดอาการบวมคุณหมอจึงได้มีการสั่งยาปฏิชีวนะมาให้เธอกินหลังจากนั้นเธอก็กลับมาพักผ่อนที่บ้าน

     อย่างไรก็ตามเธอระบุว่าเธอกลับมาถึงบ้านนั้นเธอก็ปวดแผลรุนแรงเป็นอย่างมากจนเธอทนไม่ไหวต้องย้อนกลับไปที่โรงพยาบาลเดิมซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้คุณหมอช่วยทำการดูอาการเพิ่มเติมให้ซึ่งคุณหมอเองก็ให้เธอนอนดูอาการที่โรงพยาบาลทันทีหลังจากนั้นคุณหมอก็พยายามที่จะเอายาปฏิชีวนะฉีดเข้าเส้นให้กับเธอแต่อาการเธอกลับไม่ดีขึ้นมีรอยสีม่วงขึ้นรอบแผลที่เธอโดนแมวข่วนดังนั้นคุณหมอจึงได้มีการตัดชิ้นเนื้อตรงบริเวณที่เป็นแผลไปทำการตรวจดู

          ซึ่งพบว่าตรงบริเวณดังกล่าวนั้นมีน้ำหนองด้วยและเมื่อหมอนำชิ้นเนื้อไปทำการตรวจก็พบว่าเนื้อตรงบริเวณดังกล่าวนั้นติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อซึ่งทำให้เนื้อตรงบริเวณนั้นตายโดยสีเนื้อจะเป็นสีดำสนิทคุณหมอต้องทำการคว้านแผลให้กับเธอและเข้าผ่าตัดอย่างเร่งด่วนซึ่งเธอต้องใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดถึง 2 ครั้งด้วยกันกว่าจะเอาชิ้นเนื้อร้ายนั้นออกได้หมด

            ดังนั้นเธอจึงต้องการให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับใครที่เลี้ยงสัตว์โดยสัตว์ของเธอนั้นเลี้ยงในระบบปิดไม่เคยให้ออกไปเล่นนอกบ้านเพียงแต่ว่าเธอไม่เคยพาแมวของเธอไปฉีดวัคซีนเลยซึ่งเธอถูกแค่น้ำลายของแมวก็ทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อแล้วดังนั้นหากใครที่ถูกสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวหรือสัตว์ชนิดอื่นๆกับอย่าได้นิ่งนอนใจถ้าเกิดอาการอักเสบหรือบวมให้รีบติดต่อโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจจะเกิดปัญหาเหมือนกับเธอก็เป็นไปได้ 

 

สนับสนุนโดย    หวยฮานอยพารวย

bookmark_borderPM 2.5 อันตรายต่อกระดูกในร่างกาย จริงหรือไม่?

ในตอนไม่กี่ปีให้หลัง มีการศึกษาค้นพบที่ชี้ว่า มลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศก่อให้เกิดผลเสียต่อปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเรื่อง ของสุขภาพหัวใจ, ปอด, ดวงตา, การตั้งครรภ์ หรือแม้กระทั้งสุขภาพที่เกิดขึ้นกับจิต ปัจจุบันยังพบว่าสามารถทำให้กระดูกเสื่อมจนกระทั่งเปราะหักง่ายก่อนวัยได้อีกด้วย

ทีมงานวิจัยของประเทศสเปน พิมพ์ผลการศึกษาวิจัยลงในนิตยสารการแพทย์ โดยกล่าวว่า ผู้ที่จัดเป็นวัยผู้ใหญ่และอาศัยอยู่ในที่ที่มีฝุ่น PM2.5 ในระดับที่ค่อนข้างสูง มีโอกาสที่ปริมาณแร่ต่าง ๆ ในกระดูกจะลดน้อยถอยลงเร็วขึ้น

มีการพินิจพิจารณาความเกี่ยวพันระหว่างจำนวนของ PM2.5 จากสถานที่ 23 ที่รอบ ๆ เมือง ๆ หนึ่ง กับความหนาแน่นของมวลกระดูกของ 3,700 คน ที่อยู่ที่อาศัยในเมืองนั้น 

ผลจากการศึกษาพบว่า อากาศที่นี่มีค่าเฉลี่ยของระดับ PM2.5 ตลอดปี สูงขึ้นมากยิ่งกว่าระดับที่ไม่มีอันตรายที่หน่วยงานอนามัยกำหนดไว้ถึง 3 เท่า

กลุ่มผู้ศึกษาค้นคว้าและวิจัยพบว่า เมื่อฝุ่น PM2.5 มากขึ้นทุก 3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ความหนาแน่นของแร่ในกระดูกของพลเมืองทั้งยังหญิงและก็ชายจะลดน้อยลง 0.011 กรัมต่อตารางซม. ทั้งพบว่า ฝุ่นผงเขม่าดำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ PM2.5 มีผลทำให้มวลกระดูกต่ำลงด้วย

แม้ว่าจะยังไม่เคยทราบถึงมูลเหตุที่มลพิษทางอากาศทำให้กระดูกนั้นเสื่อมสภาพลง แม้กระนั้นก็มีการคาดการณ์ว่าการอักเสบในร่างกาย รวมทั้งสภาวะไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระกับสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดขึ้นจาก PM2.5 บางทีอาจเป็นตัวที่สนับสนุน ทำให้กระดูกเสื่อมลงเรื่อย ๆ ก็เป็นได้

ก่อนหน้าที่ผ่านมาเคยมีงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่เผยแพร่เมื่อปี 2017 ชี้ว่ามลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศจาก PM2.5 ในเมืองบอสตันของสหรัฐอเมริกา บางทีอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้มีผู้เจ็บป่วยกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนถึงกว่า 86,000 รายต่อปี

ทีมนักวิจัยยังคาดการณ์ไว้ว่า วัยรุ่นวัย 20-30 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มวลกระดูกสะสมตัวกระทั่งมีความหนาแน่นรวมทั้งกระดูกทนทานสูงสุดในชีวิต บางทีอาจได้รับผลมาจากคุณภาพอากาศที่ไม่ดี กระทั่งสะสมมวลกระดูกได้ลดน้อยลง รวมทั้งมีการเสี่ยงจะเป็นโรคกระดูกพรุนสูงยิ่งกว่าเดิมเมื่อแก่มากยิ่งขึ้น

แม้ว่าพวกเราบางทีอาจไม่ค่อยได้ยินนักว่ามลภาวะที่เกิดขึ้นทางอากาศ หรือ PM 2.5 จะมีความอันตรายต่อกระดูกภายในร่างกาย แม้กระนั้นจากผลจากการวิจัยก็ทำให้พวกเราได้มองเห็นถึงปัญหาสุขภาพ รวมทั้งความน่าขนลุกของมัน ในเมื่อพวกเราเข้าใจดีแล้วก็จำเป็นที่จะหลบหลีกและก็ปกป้องตนเองให้ห่างไกล อีกทั้งควรติดตามคุณภาพอากาศประจำวันอยู่เสมอ เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้คุณเตรียมพร้อมหากต้องออกไปนอกบ้านได้

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี

bookmark_borderแนะนำโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ

สำหรับใครที่ยังหาเหล่งโปรตีนดีๆกินไม่ได้เราจะมาแนะนำให้สุดยอดโปรตีนเพื่อสุขภาพในสมัย20-30ปีที่แล้วเขาเชื่อว่าอาหารที่ชื่อว่าโลแฟตไขมันต่ำแต่ฮายคาร์โบไฮเดรตเป็นสูตรที่ดีที่สุดแต่ด้วนวิทยาศาสตร์สมัยนี้เขาก็ค้นพบแล้วว่าสูตรอาหารที่ฮายโปรตีนมักจะให้ผลรับที่ดีกว่าทั้งในเรื่องของการลดน้ำหนักและในเรื่องของสุขภาพด้วย

เมื่อต้องกินโปรตีนเพิ่มแล้วไม่รู้ว่าจะต้องกินโปรตีนประเภทไหนดีโปรตีนจริงๆแล้วมันมีอยู่หลายแหล่งซึ่งบางคนก็จะกินโปรตีนจากแหล่งเดิมๆเพราะว่ามันสะดวกหากินง่ายแล้วก็กินแต่เดิมๆไปมันอาจจะทำให้เราได้โปรตีนพอก็จริงแต่สารอาหารอื่นๆมันอาจจะขาดไป

เพราะในอาหารที่เรากินมันไม่ได้มีแค่โปรตีนอย่างเดียวมันยังมีไฟเบอร์มันยังมีไขมันดีมันยังมีวิตามินเกลือแร่มาอยู่ในอาหารด้วยเพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่าสุดยอดโปรตีนที่เราจะมาแนะนำมันจะมีอะไรบ้าง

โดยกลุ่มแรกก็คือ ปลาที่มีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อเยอะๆส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นปลาทะเล แซลมอน ทูน่า ซาดีน ถ้าอย่างเมืองไทยก็จะเป็นปลากระพงแบบนี้ก็ได้เหมือนกัน ข้อดีของปลาพวกนี้นอกจากจะได้โปรตีนในปริมาณที่สูงแล้วยังมีกรดไขมันโอเมก้า3ที่เป็นไขมันดีอยู่ด้วย

ในปลาทะเลจะมีDHAอยู่มันก็ดีต่อสุขภาพสมองสุขภาพดวงตารวมไปถึงหลอดเลือดหัวใจของเราด้วยมีการศึกษาพบว่าคนที่กินปลาทะเลเป็นประจำอย่างน้อย2วันต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกันช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจได้ด้วย

ยกตัวอย่าง อย่างเนื้อปลาแซมมอน100กรมจะได้โปรตีนอยู่ประมาณ20กรัมแล้วจะมีไขมันแทรกอยู่ค่อนข้างเยอะแต่ในทูน่าเนื้อก็จะเยอะกว่าไขมันแทรกอยู่ในเนื้อก็จะน้อยกว่า100กรัมก็จะได้โปรตีนประมาณ30กรัม

กลุ่มที่สองก็คือ ไข่ เราแนะนำไข่ที่มันได้ออกมาจากแม่ไก่ที่ไม่ได้เลี้ยงอยู่ในอุตสาหกรรมไม่ได้เลี้ยงอยู่ในกรงคือปล่อยเลี้ยงไปตามธรรมชาติถ้าเกิดเราเข้าไปในห้างใหญ่จะมีไข่ไก่ให้เราได้เลือกหลากหลายยี่ห้อมากแล้วแทบจะทุกยี่ห้อจะมีป้ายโฆษณาติดเข้าไว้เลย100% CERTIFIED ORGANIC ก็คือปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ

โดยไม่มีฮอร์โมนและยาฆ่าเชื้อด้วยซึ่งยาฆ่าเชื้อถ้าหากว่านำเอามาเลี้ยงไก่มันก็จะปนมากับไก่และปนมาในไข่ไก่พอเรากินไปนานๆมันก็จะทำให้โปรไบโอติกใมนลำไส้ของเราเสียสมดุลทุกๆวันนี้เขาจึงได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลโปรไบโอติกมากๆ

 

สนับสนุนโดย  กลุ่มไลน์หวยฮานอย

bookmark_borderห้ามใจอ่อนเป็นเด็ดขาด หนึ่งในสิ่งสำคัญในการฝึกเลิกบุหรี่

ข้อนี้ก็คล้ายๆความเข้มแข็งแหละ แต่ต่างกันตรงที่มองกลับมุมกันเฉยๆ เพราะคนเรานั้นผ่ายแพ้อยู่เสมอกับคำว่าไม่เป็นไรน่า ช่างมันเถอะ แค่นี้ก็ดีแล้ว เรียกได้ว่ามันเป็นเรื่องของการปลูกฝังในประเทศไทยเรานี้ด้วย เพราะประเทศเรานั้นเป็นประเทศที่ใจดีกันแต่ไหนแต่ไร เป็นสยามเมืองยิ้ม เชื่อใจไว้ใจกันได้

แล้วนั้นก็เป็นเรื่องที่เป็นดาบสองคมเช่นกัน เพราะว่าเราไม่ได้เพียงใจดีกับคนรอบกาย หรือใจอ่อนกับคนรอบกาย แต่กับตัวเราเองนี่แหละ ที่เรียกได้ว่าเรายอมใจอ่อนให้ตัวเราเองที่สุดแล้ว เราคือศัตรูตัวฉกาจกับตัวเองอย่างที่สุด ดังนั้นแล้วต้องระวังตัวเองให้ดีที่สุด การมองกลับมุมครั้งนี้คือมองเช้าไปที่ใจโดยตรงแล้วก็มองออกมา ทุกวันนี้มีคนที่พยายามเลิกบุหรี่หลายต่อหลายคนมาก แล้วเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่าครึ่งแน่นอน ที่ต้องพ่ายให้กับความใจอ่อนของตัวเอง

ไม่ว่าเราจะเห็นอะไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะเห็นคนสูบบุหรี่ หรือซองบุหรี่ หรือที่เขี่ยบุหรี่ หรือสถานที่โปรดที่เรานั้นชอบไปยื่นดูบุหรี่ เราต้องอยากดูดบุหรี่มากๆแน่นอน แล้วนั้นก็เป็นบทพิสูจน์ใจของเรา ที่ต้องห้ามใจอ่อนกับตัวเองเด็ดขาด บอกกับตัวเองไว้เสมอว่า เรากำลังเลิกบุหรี่ แล้วสิ่งเหล่านี้คือสิ่งยั่วยุด่านสุดท้านเท่านั้น เราต้องทำให้ได้

เคยได้ยินไหมว่า คนเรานั้นทำอะไรก็สำเร็จได้ ถ้าเรานั้นไม่มีความใจอ่อนให้กับตัวเอง ต้องทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดี นั้นก็จะทำให้สิ่งนั้นสำเร็จรุร่วงไปได้ นี่ก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน รับรองได้ว่า คนที่คุ้นเคยกับการไม่ยอมใจอ่อนกับตัวเอง มักจะเป็นผู้ที่ทำอะไรก็สำเร็จอยู่เสมอ แล้วก็เป็นผู้ที่เลิกบุหรี่ได้ แต่กับคนที่ยังใจอ่อนกับตัวเองในทุกเรื่อง ก็มีแต่จะทำอะไรไม่สำเร็จแล้วก็ไม่มีทางเลิกบุหรี่สำเร็จอย่างแน่นอน 

ใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองเป็นพวกที่ใจอ่อนให้กับตัวเองอยู๋เสมอๆ นั้นก็ต้องขอบอกเลยว่า นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะทำเป็นการฝึกความใจอ่อนของตัวเอง และเอาชนะมันให้จนได้ เพราะแบบนั้นเอง อย่าได้น้อยใจไปว่า เราไม่สามารถทำได้ แต่เราทำได้แน่ๆ เพียงแค่กล้าลุกออกมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องอาศัยทั้งความเข้มแข็งและความกล้าต่างๆมากมาย เพราะฉนั้น นี่แหละคือเวลาที่จะทำให้เรานั้นพิสูจน์กับตัวเองว่าเราเป็นได้มากว่าคนใจอ่อนที่ไม่มีทางทำอะไรสำเร็จได้ แต่เรานั้นเป็นเสือที่ไม่อ่อนข้อให้กับตัวเอง

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์บาทละ 900

bookmark_borderบุหรี่กับปอด

  บุหรี่ เป็นสิ่งเสพติดอย่างหนึ่ง ที่มีอนุภาคทำลายล้างปอดสูง เพราะบุหรี่ สรรพคุณก็รู้เเล้วว่ามันร้ายเเรงมากเเค่ไหน เพราะมันเป็นอันตรายกับปอดโดยตรง โดยในส่วนของบุหรี่ มีส่วนผสมของสารเคมีต่างๆ โดยส่วนประกอบหลักก็จะมีพวกน้ำมันดินต่างๆ ซึ่งทำไห้ปอดของคนสูบบุหรี่เข้าไปนั้น ดำอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

ส่วนคนที่ไม่สูบบุหรี่ ปอดก็จะโล่ง ระบบทางเดินหายใจดี ไม่มีเสมหะอุดตัน ส่วนคนที่ปอดเป็นคนสูบบุหรี่นั้น ปอดจะสีเสมหะอุดตัน หายใจไม่สะดวก เกิดเป็นการไอเรื้อรังมีอาการหายใจหอบ ปอดจะไปละเอียดเป็นเล็กๆ จะมีฟองใหญ่ๆมากมาย เรียกว่า ถุงลมโป่งพองนั่นเอง เพราะเวลาหายใจ ผู้ที่สูบบุหรี่ จะมีลมเข้าไปที่ปอด เเต่ลมที่เข้าปอดนั้น

ไม่สามารถออกได้ เพราะมันเกิดการอุดตันภายในปอด เพราะปอดได้พังไปเเล้วพังเเล้วพังเลย ไม่สามารถทดเเทนได้อีก เพราะท่อลมที่เชื่อมเข้าไปในปอด มีเเค่สายเดียว ถ้าเป็นไปเเล้ว การเลิกบุหรี่ คือสำคัญที่สุด เพราะถึงปอดจะเสียหายไปบ้าง เเต่มีโอกาสหายอย่างเเน่นอน เเละการเข้ารับการรักษาฟื้นฟูปอด โดยการไห้ยาขยายหลอดลม เพื่อไห้ปอดสามารถกลับมาคลายลมในปอดได้อีก บุหรี่ ไม่ใช่ทำไห้เเค่เป็นมะเร็งปอด ยังมีโรคถุงลมโป่งพองที่กล่าวไป ส่วนมะเร็งปอด คนที่สูบบุหรี่อยู่อาจจะมองว่าไม่มีอะไร พอป่วย ไปตรวจเจอ ก็อาจจะเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายไปเเล้ว 

บุหรี่นั้น มีฤทธิ์ทำลายทุกอย่างในร่างกายเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะสมอง หัวใจ ปอด ส่วนมาก จะทำลายปอด เพราะคนสูบ เอาลมที่สูบบุหรี่เข้าปอด มันเลยทำลายปอดเต็มๆ สูบคนเดียวก็ว่าเป็นอันตรายเเล้ว คนที่ไม่ได้สูบเเต่สูดกลิ่นบุหรี่เข้าไปเต็มๆหรือบ่อยๆ ก็อาจทำลายปอดของคนที่สูดดมกลิ่นบุหรี่ได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่า บุหรี่มือ2 คนไทยนิยมสูบบุหรี่กันมาก 

โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลอง ไม่สนว่าบุหรี่จะทำลายระบบทำลายร่างกายหรือไม่ ตั้งใจว่าจะสูบเล่นๆ เเต่กลายเป็นติดจริง ก็เพิ่มการมีโอกาสป่วยได้มากขึ้นไปอีก คนไทย เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มากกว่า400รายขึ้นไป เเละมากกว่า70% เลิกบุหรี่ เเต่ทำไม่ได้ กลับมาสูบอีกครั้ง โทษของบุหรี่ที่สำคัญที่สุดก็จะมีสารก่อมะเร็ง มะเร็งในช่องปาก มะเร็งปอด เพราะมีนิโคติน เเละสารต่างๆประกอบอยู่ในบุหรี่ ทำไห้เป็นผลต่อปอดเเละผู้สูบโดยตรง ทำไห้เป็นโรคร้ายเเรงคือโรคมะเร็ง เเละเสียชีวิตในที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่สูบบุหรี่ เเละไม่เกี่ยวข้องกับสารเสพติดทุกอย่าง จะทำไห้สุขภาพร่างกายของเราเเข็งเเรง เเละ สุขภาพจิตดี

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

bookmark_borderไอศครีม กินมากเกินไป เสี่ยงให้เกิดเป็นโรคอ้วนได้ 

          หลายคนนั้นชื่นชอบการกินไอศกรีมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวถึงแม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วแต่บางคนก็ยังชื่นชอบและพร้อมที่จะกินไอศครีมได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเกิดเป็นช่วงในฤดูร้อนแล้วก็ไอศครีมจะขายดีมากเป็นพิเศษเพราะเมื่อกินแล้วจะให้ความหวานและที่สำคัญนั้นยังช่วยให้เราสดชื่น

  และคลายร้อนได้อีกด้วยอย่างไรก็ตามไอศกรีมนั้นเป็นขนมหวานชนิดหนึ่งที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะให้ความหวานเนื่องจากส่วนประกอบของไอศกรีมส่วนใหญ่แล้วก็จะมีน้ำตาลรวมถึงนม  ครีม  และน้ำแข็งเป็นหลัก

         ดังนั้น  เมื่อเรากินไอศกรีมเข้าไปก็แสดงว่าเรากินน้ำตาลเข้าไปในปริมาณที่มากนั่นเองยิ่งถ้าเราปล่อยตามใจปากของเราให้กินไอศครีมในแต่ละมื้อว่าน้ำตาลก็จะเข้าสู่ร่างกายเรามากด้วยเช่นเดียวกันและอย่างที่เรารู้กันดีว่าการเผาผลาญพลังงานในร่างกายนั้นระบบการทำงานของร่างกายจะมีการเลือกเผาผลาญพลังงานจากน้ำตาลก่อนเป็นอันดับแรกและถ้ามีไขมันกับน้ำตาลเมื่อเผาผลาญน้ำตาลหมดแล้วถึงจะไปเผาผลาญไขมันทำให้ถ้าเรายิ่งเติมน้ำตาลเข้าไปไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของเราก็จะไม่ได้รับการเผาผลาญพลังงานสักทีทำให้เรานั้นเกิดเป็นโรคอ้วนได้นั่นเอง 

             สำหรับขั้นตอนการผลิตไอศกรีมนั้นไม่ใช่มีเพียงแค่น้ำตาลครีมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะไอศครีมบางแห่งนั้นยังมีการใส่นมผงรวมถึงอาจจะมีสารเพิ่มความหวานอย่างเช่นกลูโคสไซรัปและอาจจะมีใส่กระทิหรือแม้แต่น้ำผึ้งรวมถึงฟุตโต๊ะลงไปด้วยซึ่งของต่างๆเหล่านี้นั้นมีความเป็นไขมันสูงอีกด้วยดังนั้นการที่เรากินไอศครีมเยอะๆในแต่ละมื้อนั้นจะทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและเสี่ยงต่อการมีน้ำตาลในเลือดสูงที่สำคัญยังอาจมีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงได้อีกด้วย 

              อย่างไรก็ตามอธิบดีกรมอนามัยได้มีการออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับไอศกรีมซึ่งได้มีการตรวจสอบไอศครีมที่เคยมีการลงโฆษณาตามสื่อต่างๆโดยกำหนดว่าไอศครีมที่นำมาขายนั้นเป็นไขมัน 0% แต่เมื่อมีการทำการวิจัยพบว่าถึงแม้ว่าจะมีไขมัน 0% แต่ในไอศครีมนั้นก็มีน้ำตาลสูงในปริมาณ   3.5 –   6.5 ช้อนชา เลยทีเดียว

           ดังนั้นถ้าหากใครไม่ต้องการเป็นโรคอ้วนและไม่ต้องการเป็นโรคเบาหวานแล้วแล้วก็คุ้นๆมีการควบคุมการกินไอศครีมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนนั้นควรจะกินให้น้อยหน่อยโดยวันนึงคุณสามารถกินไอศครีมได้ไม่เกิน 1 แท่งเพราะเมื่อคุณ กินไอศครีมน้อยลงปริมาณน้ำตาลและปริมาณไขมันที่จะเข้าสู่ร่างกายของคุณก็จะลดลงตามจำนวนไอศครีมไปด้วยที่สำคัญควรเลือกกินไอศกรีมที่มีมาตรฐานการผลิตที่น่าเชื่อถือได้เพราะถ้าหากว่าไอศกรีมของคุณนั้นผลิตจากสถานที่ที่ไม่สะอาดก็อาจจะทำให้คุณมีปัญหาเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย